2561 Digital Era! “แพชชั่นแอดส์” รุกขยายพอร์ทดิจิทัล รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง

344

“เม็ดเงินในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของไทย ทะลุหมื่นล้านเป็นครั้งแรกในปี 2560” แม้จะมีซบเซาไปบ้างในช่วงปลายปี 59 จากเหตุการณ์สำคัญลากยาวมาจนถึงต้นปี 60 แต่ในภาพรวมถือว่าไม่ส่งผลกระทบหนัก ซึ่งเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลรวมในปี 2560 อยู่ที่ 12,811 ล้านบาท* คิดเป็นสัดส่วน 14% ของเม็ดเงินโฆษณาทั้งหมด และในปี 61 ยังมีท่าทีขยับตัวขึ้นไปแตะหลัก 14,000 ล้านบาท และเชื่อว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการเติบของตลาดโฆษณาออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงมาอยู่ในเวย์ของ “Digital is Everything” รวมถึงการเข้ามาสนับสนุนจากทางภาครัฐ และภาคเอกชนที่ต่างพร้อมใจเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยพลังแห่งดิจิทัลเต็มกำลังตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ทางภาครัฐวางไว้

    หอมหวานก็จริง! แต่หมากเกมนี้ต้องพึ่งมืออาชีพ แม้ว่าเทรนด์บวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภค มุ่งมายังเส้นทางแห่งดิจิทัลเต็มกำลังก็จริง… แต่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ทั้งหลาย ในยุค Digital is Everything เช่นนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การตั้งรับ หรือปรับตัวเพื่อรับไปกับเทรนด์อย่างเดียว… เพราะถ้ายังไม่เปิดเกมรุกตั้งแต่วันนี้ ธุรกิจหรือแบรนด์ที่ยังยึดอยู่กับ Traditional ways อาจถูกคลื่นแห่งดิจิทัลทับถมก็เป็นได้

    นางสาวชุติธร มนเทียรอาสน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แพชชั่น แอดส์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์ การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ เปิดเผยถึงแนวทางในการรุกโฆษณาดิจิทัลมากขึ้น และการปรับตัวในปี 2561 ของบริษัท แพชชั่น แอดส์
เราคือบริษัทที่ปรึกษาสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง SMES และธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ด้วยประสบการณ์และความชำนาญด้านการสร้างแบรนดิ้งจึงทำให้ลูกไว้วางใจมาโดยตลอด และหากมองไปยังปี 2561 เชื่อว่าภาพรวมของธุรกิจประเภทนี้ยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งมีปัจจัยมาจากการแข่งขันในการทำธุรกิจที่มีคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ คนทำสตาร์ตอัพ SME ผู้ประกอบการรายย่อย ต้องหันมาพึ่งพาที่ปรึกษาในการสร้างแบรนด์มากขึ้น

     ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายเดิมก็ต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้พร้อมรับมือกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้ามามีบทบาทของสื่อดิจิทัล จึงจำเป็นต้องเลือกใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาที่เป็นมืออาชีพ และเข้าใจการทำตลาดในยุคดิจิทัลเป็นอย่างดี
และคาดว่าปีหน้าธุรกิจของบริษัทจะเติบโตประมาณ 30% โดยมีทิศทางการขยายไปทางการสร้างแบรนด์ให้กับลูกค้า ให้คำปรึกษา วางแผน และทำการตลาดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่เน้นหนักไปทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งทางด้านลูกค้าในปัจจุบันเองนั้น ก็มีความต้องการเจาะฐานลูกค้าที่รับรู้แบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้นด้วยเช่นกัน

     นอกจากนี้ผลสำรวจยังระบุว่า Facebook เป็นรูปแบบของสื่อโฆษณาที่ครองส่วนแบ่งงบโฆษณาดิจิทัลสูงสุด คือ 24% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 95% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องประทินผิวและสินค้าบิวตี้ เป็นกลุ่มสินค้าที่มียอดใช้จ่ายผ่านช่องทาง Facebook สูงสุดสอดคล้องกับผลสำรวจจากทาง ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำนาย ’10 ธุรกิจดาวรุ่งประจำปี 2561’** มีธุรกิจที่เกี่ยวกับความสวยความงามติดถึง 3 กลุ่มได้ แก่ อันดับที่ 2 ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม อันดับที่ 4 เครื่องสำอาง และ อันดับที่ 10 ธุรกิจเสริมสวย และสื่อโฆษณาบนดิจิทัลที่รองลงมาคือ Display มียอดการใช้ 21% และตามติดด้วย YouTube 20% โดย YouTube เติบโตเพิ่มขึ้น ถึง 87% และผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มรับชมคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอ, สตีมมิ่งออนไลน์ผ่าน มือยาวนานขึ้นถึง เฉลี่ยน 4 ชั่ว ต่อวัน มากกว่าการรับชมผ่านทีวี 2 เท่า

“ความนิยมในการบริโภคสื่อดิจิทัลของคนไทยสูงขึ้นมาก หลังจากที่เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลที่อยู่บนโลกออนไลน์ได้สะดวกขึ้น รวมถึงการชมวิดีโอ ซึ่งเป็นรูปแบบเนื้อหาที่คนไทยชอบได้อย่างไม่สะดุด ทุกที่ ทุกเวลา ส่งผลให้นักการตลาดใช้สื่อดิจิทัลเป็นช่องทางในการสื่อสารโฆษณาในรูปแบบของวิดีโอนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งในอดีตใช้จ่ายเงินโฆษณาในสื่อหลักเช่นทีวีเป็นส่วนมาก” นางสาวชุติธรกล่าวทิ้งท้าย