2017 ปีทองของ “เอ็มม่า วัตสัน” เจ้าหญิงฮอลลีวู้ดคนใหม่

336

ตั้งแต่ดังมาจากบท “เฮอร์ไมโอนี่” ในหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ คงไม่ผิดหากบอกว่าเส้นทางนักแสดงของเอ็มม่า วัตสัน เหมือนไปไม่สุด เพราะโปรเจกต์หนังแต่ละเรื่องมันอินดี้ไม่ก็อ่อนคุณภาพไปนิด จนกระทั่งปีนี้กับ “Beauty and the Beast” ที่เธอรับบท “เบล” ที่ทำเงินทั่วโลก 1,248 ล้านเหรียญฯ

เอ็มม่า ได้ค่าตัวราวๆ 2.5 ล้านเหรียญฯ จากเรื่องนี้ แต่ด้วยเงื่อนไขโบนัสจากรายได้หนังทำให้เธอจะได้รับอีกราวๆ 19 ล้านเหรียญฯ และเธอจะกลายเป็นเจ้าหญิงฮอลลีวู้ดคนใหม่แทน เจนนิเฟอร์ ลอว์เร้นซ์ ในฐานะ “นักแสดงหญิงค่าตัวแพงสุด” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ “เจ-ลอว์” ครองมาตั้งแต่ปี 2015 จากการได้ค่าตัวราวๆ 15 ล้านเหรียญฯ

นอกเหนือจากความสำเร็จทางการแสดง เอ็มม่ายังมีบทบาททางสังคมมากขึ้นจากการอุทิศตัวและทำงานให้ “UN Women Goodwill Ambassador” ตลอดจนหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ … ทั้งสวย รวย เก่ง ฉลาด เอ็มม่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็คที่สุดไม่แพ้ใครในโลก แต่เธอมีอะไรที่เราน่าจะต้องรู้อีกมั้ย

– ทุกคนอาจคุ้นเคยกับสำเนียงบริติชของเอ็มม่า เพราะเธอเป็นอังกฤษ แต่จริงๆ แล้วเธอเกิดที่ปารีส และอยู่ที่นั่นจนอายุ 5 ขวบ

– ครั้งหนึ่งสมัยอายุ 10-12 ปี เอ็มม่า ยอมรับว่าเธอปิ้ง ทอม เฟลตัน เพื่อนนักแสดง Harry Potter ที่เล่นบท “ดราโก้ มัลฟอย” (Draco Malfoy) ซึ่งไม่แปลกถ้า เฟลตัน จะตกใจ เพราะพวกเขายังเด็กอยู่เลย

– หลายคนน่าจะรู้แล้วว่า เอ็มม่า เรียนอุดมศึกษาที่ Brown University ที่ โพรวิเดนซ์, โร้ด ไอส์แลนด์ แต่หลังจากเรียนไป 18 เดือน เธอเว้นวรรคและไปเรียนที่ Worcester College ที่ อ็อกซ์ฟอร์ด ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน ก่อนจะกลับมาเรียน Brown University จนจบ และได้ปริญญาวรรณคดีอังกฤษ

– เผื่อมีใครสงสัยว่าทำไม เอ็มม่า วัตสัน ถึงดูดี ดูสมาร์ทมากเวลาทำนั่นนี่ ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์เพราะเธอเก่งโยคะ และฝึกสมาธิจนถึงขั้นได้ประกาศในปี 2013 หมายความว่าต่อให้เจอแรงกดดันมากมายเท่าไหร่ เธอก็นิ่งเสมอ

– นอกจากความสำเร็จในวงการบันเทิงแล้ว เอ็มม่ายังภูมิใจในตัวเองได้อย่างเต็มที่เมื่องานที่เธอทำเพื่อสังคม และสิทธิผู้หญิงทำให้เธอเป็นหนึ่งใน “บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ปี 2017” ของนิตยสารไทม์ ที่จัดให้เธออยู่อันดับ 26

Photo: Getty Images