เมาไปหน่อย! สาวผู้ดียอมรับผิด โชว์กินตับแฟนกลางร้านพิซซ่า

582

ไม่งั้นจะเรียกว่า “น้ำเปลี่ยนนิสัย” เหรอ? แดเนี่ยล เฮิร์ส สาวผมบลอนด์หุ่นอึ๋ม ยอมรับผิดทุกข้อหา กรณีเมากรึ่มแล้วเกิดอารมณ์อย่างว่าระหว่างสั่งพิซซ่า ว่าแล้วก็โชว์หนังสดของตัวเองกับ เคร้ก สมิธ หวานใจของเธอ ในร้านที่เต็มไปด้วยพนักงานทั้งเตรียมอาหาร และเดินเข้าออก และทั้งหมดถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องทีวีวงจรปิดตามฟอร์ม

ทำอะไรกัน!

เหตุการณ์สยิวกิ้วครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2016 เมื่อ แดเนี่ยล วัย 29 ปี และ เคร้ก วัย 31 ปี สองหนุ่มสาวกลัดมันจากบริดลิงตัน, อีสต์ ยอร์ค ออกไปดื่มสังสรรค์วันเกิดของฝ่ายชาย จากนั้นก็ขึ้นรถไฟไป สคาร์โบโร่ และไปสั่งพิซซ่าที่ร้าน “โดมิโน่ พิซซ่า” ซึ่งระหว่างรออาหารอยู่ พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ จัดการกินตับกันไปหนึ่งยก

อย่างที่บอกคือมันถูกกล้องวงจรปิดอัดไว้ และต้นตอที่แพร่คลิปก็ไม่ใช่ใคร … พนักงานร้านพิซซ่านั่นเอง โดยในคลิปจะเห็นว่าทั้งสองคนอยู่ในร้าน ที่เหมือนพื้นจะเลอะ และมี “ป้ายเตือน” วางอยู่ ซึ่ง เคร้ก หยิบมาทำโจ๊ะพรึมๆ ใส่ แดเนี่ยล ที่ให้ความร่วมมือ หันหลังโก้งโค้งให้อย่างดี แต่ถ้าจบตรงนี้ก็โอเคนะ เพราะเป็นเพียงการแสดงท่าทางลามก หยาบโลนเท่านั้น ไม่ได้โซ้ยกันจริงๆ แบบเนื้อแนบเนื้อ … ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป!

หิวมั้ยจ๊ะ

คลิปดังกล่าว ที่ถูกเปิดในศาลด้วย แสดงให้เห็นต่อไปว่า แดเนี่ยล ทำท่าทำทางที่แม้ภาพจะถูกเบลอ แต่ดูก็รู้ว่ากำลังทำ “ออรัลเซ็กส์” ให้ฝ่ายชายที่ยืนอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ โดยตอนแรกผู้หญิงก็ยืนโก้งโค้งทำให้ แต่ว่าคงไม่ถนัด และอารมณ์คงมาเต็ม ว่าแล้วเลยนั่งคุกเข่าทำให้ซะเลย แต่ยังไม่จบ เพราะจากนั้นระหว่างฝ่ายชายยืนประกบหลังผู้หญิงที่หน้าเคาน์เตอร์ พวกเขาน่าจะมีอะไรกันด้วย เนื่องจากในคลิป แม้จะโดนเบลอ แต่ก็เห็นว่ากางเกงของผู้หญิงถูกดึงลงมา

“ปกติฉันไม่ใช่แบบบนี้” แดเนี่ยล เฮิร์ส กล่าวไว้

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่พนักงานร้านเดินไปเดินมาเป็นระยะ และเมื่อคลิปความยาวกว่า 18 นาทีโดนโพสต์ออนไลน์ และแพร่กระจายออกไป พวกเขาก็ถูกจับ และนำมาสู่การขึ้นโรงขึ้นศาล ซึ่ง แดเนี่ยล ยอมรับผิดทุกข้อหา ส่วน เคร้ก ไม่มาขึ้นศาล โดยศาลนัดตัดสินความผิด และบทลงโทษพวกเขาวันที่ 17 ตุลาคมนี้

แดเนี่ยล ให้สัมภาษณ์ว่า “นี่ไม่ใช่ตัวฉันเลย ปกติฉันไม่ใช่แบบนี้ ฉันเล่นหัวอยู่กับแฟนที่ฉันรักมาก แล้วทุกอย่างก็เลยเถิดไป ฉันกลัวกับความเป็นไปได้ที่จะต้องเข้าคุก แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ต้องรับมือกับมันให้ได้ สิ่งที่เราทำมันเลวร้ายมาก และเราก็สมควรโดนลงโทษแล้ว”