เปิดใจ “เจนี่” ประเด็นสั่งปลด “น้องเพลง” รับสภาพทำอะไรก็โดนด่า

416

ประเด็นดราม่าเรื่องปลด “น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” จากเพลงประกอบละคร เพลิงบุญ ตอนนี้ทุกฝ่ายออกมาชี้แจงหมดแล้ว เหลือแต่ต้นเรื่องที่โดนหาว่าเป็นคนสั่งให้ปลด ก็คือนางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ซึ่งล่าสุดมาร่วมงานเปิดตัว สบู่สมุนไพร แพรอท เฮอร์เบิล ณ อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ สีลม สาวเจนี่ก็เผยว่าเรื่องราวของละครกำลังเข้มข้นขึ้น และจะยิ่งแรงกว่านี้แน่นอน และยืนยันว่าตนไม่มีความสามารถไปสั่งปลดใครได้ขนาดนั้น

“ด้วยความที่กระแสละครมันก็แรงอยู่แล้ว คือเจนตั้งใจเล่นละครทุกเรื่องอยู่แล้ว เป็นคนที่ให้หัวใจกับการเล่นละคร แต่ละครเรื่องนี้เป็นละครที่เจนี่ใส่ความรู้สึกที่มันเป็นรายละเอียดของตัวละครจริงๆ เพราะว่าตอนที่เจนอ่านบทเจนอินกับใจเริงมาก เจนี่อยากจะถ่ายทอดอารมณ์บางอารมณ์ที่คนดูอาจจะไม่เคยเห็น และไม่เคยเห็นเจนเล่นในบทบาทแบบนี้ ก็อยากให้คนดูได้ดูอะไรที่มันเป็นอีกคาแรคเตอร์นึง”

“คนก็ชอบนะคะ คนอาจจะคิดว่าทำไมแรงจัง หรือพร้อมที่จะว่าใจเริง แต่เจนอยากให้มองอีกมุมนึงด้วย เพราะว่ามันเป็นละครที่สอนคน และเป็นละครที่มีแง่คิดในทุกๆ ตอนที่ออนแอร์ไป มันมีแง่คิดของมันเอง ลุ้นมั้ยเหรอ เจนเป็นคนตื่นเต้นอยู่แล้วกับละครทุกเรื่องที่ออนแอร์ไป เพราะฉะนั้นมันก็เปป็นปกติที่ทั้งเรานักแสดงและทีมงานทุกคนก็ลุ้น และอยากจะให้คนดูละครเพื่อความบันเทิงและเพื่อความสนุก”

“เอาจริงๆ นะคะ ที่ผ่านมาเพิ่งเริ่มเองค่ะ (ยิ้ม) คืนนี้เป็นเมนครอส และเดี๋ยวจะต่อด้วยของหวาน มันเป็นสเต็ปค่ะ เจนไม่อยากใช้คำว่าแรง เพราะว่าด้วยเพลิงบุญมันแรงอยู่แล้ว แต่ถามว่ากลัวคนเกลียดมั้ย คนเกลียดอยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นใจเริงเดินก้าวเข้าฉากก็โดนแล้ว แต่จะบอกว่าตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่กลม คือเขาเป็นคนน่ะ แล้วเจนี่ก็เล่นเป็นเรียลลิสติกจริงๆ คนจะถามเจนี่ว่ามันมีคนที่เป็นแบบนี้อยู่จริงๆ บนโลกใบนี้เหรอ เจนจะบอกว่ามีค่ะ เจนไม่ได้เล่นเป็นแค่ตัวละครที่ร้ายอย่างเดียว เจนเล่นความรู้สึกของคน เดี๋ยวตอนจบทุกคนจะรู้เอง ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะมีเหตุและผล เจนไม่ได้เล่นเพราะเจนต้องร้ายหรือต้องตวาด หรือฉันต้องเอา ฉันต้องได้ทุกอย่าง มันไม่ใช่แค่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะสะท้อนคาแรคเตอร์ของตัวละครใจเริงทั้งหมดในตอนท้าย”

ยืนยันชัดเจนไม่ใช่คนที่สามารถสั่งปลดใครได้ ทำใจเป็น “เจนี่” ทำอะไรก็โดนด่า
“เจนขออนุญาตที่จะไม่เอาใครเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้นะคะ ด้วยตัวเจนี่ก็เป็นแค่ลูกจ้าง เจนี่รับผิดชอบในการเล่นละคร บอกได้แค่ว่าเจนไม่สามารถและไม่มีอำนาจที่จะสั่งใคร หรือไปบอกห้ามโน่นห้ามนี่ เพราะตัวเจนี่เองตอนที่เอ็นฉีก พรุ่งนี้เจนยังต้องไปถ่ายละครเลย แม้กระทั่งเจนเข้าโรงพยาบาล อีกวันนึงเจนก็ไปถ่ายละคร ทั้งๆ ที่ถามว่าเจนอยากจะยกกองได้มั้ย มันก็ทำได้แต่เจนไม่ทำ เพราะเจนก็เป็นแค่คนๆ นึงที่เจนต้องรับผิดชอบในหน้าที่การงานที่เราต้องทำ เอาจริงๆ เจนเล่นเรื่องนี้เจนก็โดนว่าอยู่แล้ว โดนด่าอยู่แล้ว เจนทำอะไรก็ผิด คนก็อคติ พร้อมที่จะแอนตี้และว่าเจนอยู่แล้ว แล้วเจนจะฆ่าตัวเองอีกทำไมคะ (หัวเราะ)”

“เห็นกระแสทั้งหมดค่ะ อะไรๆ ก็เป็นเจนี่ แต่ในเมื่อทุกคนสบายใจที่จะว่าเจนี่ อยากจะให้เจนผิด อยากจะอคติกับเจนแล้วมันเป็นความบันเทิงหรือเป็นความสบายใจของหลายๆ คน เจนก็ไม่เป็นไรนะ เห็นข่าว อ่านและรับรู้ แต่ไม่เก็บมาคิด เพราะ ณ วันนี้เจนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เรื่องส่วนตัวเราก็ต้องแยกเอาไว้ เพราะเจนก็ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ หนูก็ไม่ใช่ทำงานเพื่อการกุศลหรือทำงานได้ฟรีเนอะ (หัวเราะ)”

“เราลองมองกลับกันบ้างว่าถ้าเกิดคนที่คอยเอาแต่ว่าเจนนี่ แล้วมาเป็นเจนี่ คุณจะรู้สึกจะเป็นยังไง แค่เจนี่รับเพลิงบุญคนก็พร้อมจะโถมเจนี่อยู่แล้วว่าเจนเล่นเป็นตัวเอง เจนเล่นดีโน่นนี่ แต่ถามหน่อยมีใครที่มองในบทบาทของเราจริงๆ มองในหน้าที่การงานของเราจริงๆ ว่าเจนยืนมาได้ในวงการนี้ 20 กว่าปี ทำไมเราไม่มองหน้าที่การงานของเขาจริงๆ คือเจ็บ แต่ก็ต้องทนค่ะ (ยิ้ม)”

“ถามว่าทราบมาก่อนมั้ยว่าน้องจะมาร้อง ไม่ทราบเลยค่ะ เจนยังไม่ได้คุยกับใครเลย เจนไม่ขอเอ่ยถึงตรงนั้นดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต แล้วเจนก็ไม่อยากเอ่ยถึงผู้ใหญ่และใครอีกหลายๆ คนด้วย เจนไม่อยากให้ใครเอามาเกี่ยวข้อง เจนอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดแค่เจนี่เอาไว้ จะว่าจะอะไรยังไงไม่เป็นไร จนก็สามารถที่จะเป็นกำแพงตั้งอยู่ตรงนี้ อยากจะด่าจะว่าอะไร คือโดนซะไม่รู้จะยังไงแล้ว (ยิ้ม)”

“คนเราคิดอยากจะอคติมันก็อคติอยู่ดีค่ะ สิ่งที่เจนี่ทำได้ดีที่สุดคือรับผิดชอบกับหน้าที่การงานของตัวเองให้เต็มที่ สมมติเจนถ่ายแรงเงาอยู่ตอนนี้ ในอนาคตแรงเงาออนแอร์ก็ไม่มีใครรู้อีกว่าเจนี่เข้าฉากนี้เจนี่เสียใจอยู่ ฉะนั้นเจนี่ต้องแยกแยะค่ะ”

“ถามว่าท้อมั้ย เจนก็มีคนที่เจนรัก มีคนที่เขารักและแคร์ความรู้สึกของเจน เพราะฉะนั้นเจนี่ขอโฟกัสในจุดตรงนั้นดีกว่าค่ะ เจนี่ถือว่าตอนนี้เจนี่ทำงานให้คนที่เขารักเราดูเรา อย่าไปคิดอะไรที่แง่ลบ เจนจะคิดอะไรที่ดีไว้ก่อน เพราะนั่นคือกำลังใจของเราค่ะ ถึงแม้ว่ามันอาจจะมีแค่ 1 แต่มันเป็น 1 ที่มีความหมายกับเจนมากๆ ใช้แค่คำว่าแข็งแรงมันไม่พอสำหรับเจนี่ค่ะ ด้วยประสบการณ์และหลายๆ อย่างที่เจนมายืนอยู่จุดตรงนี้ได้มันมีหลายองค์ประกอบและเราต้องมีสติพอที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ”