“เบลล่า” ยืนกรานยังไม่โดนเรียกเข้าชี้แจง บอกสินค้าตนเชื่อถือได้แน่นอน 100%

399

ทำเอาสะเทือนทั้งวงการจริงๆ สำหรับสินค้าเครือเมจิกสกิน เพราะดาราแทบจะทั้งวงการต่างทยอยโดนเรียกเข้าสอบสวนกรณีที่ได้รีวิวสินค้าเอาไว้ ซึ่งผลกระทบกระจายไปถึงเหล่าคนที่ทำผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ด้วย อย่างล่าสุดนางเอกสาวสุดฮอตอย่าง “เบลล่า ราณี แคมเปญ” ที่เพิ่งเปิดตัวทำธุรกิจอาหารเสริม บีเคิร์ฟ ได้ไม่นาน ก็โดนข้อกล่าวหาว่าโฆษณาเกินจริงซะแล้ว ซึ่งล่าสุดสาวเบลล่าก็ออกมาย้ำอีกครั้งว่ายังไม่เคยโดนเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปชี้แจงแต่อย่างใด

     “สำหรับเรื่องนี้เบลขอชี้แจงก่อนนะคะว่า มันมีการสื่อสารออกมาหลายๆ อย่างที่เป็นข้อมูลที่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนบ้างนะคะ ซึ่งอย่างที่เบลเคยบอกว่าตัวธุรกิจ บีเคิร์ฟ ที่เบลกับมะปรางเป็นหุ้นส่วนกันเริ่มต้นจากการที่บริษัทของมะปรางมีสินค้า ก็เลยชวนเบลเข้ามาทำธุรกิจในส่วนของการจัดจำหน่ายค่ะ ซึ่งมีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ของเบลทำในเรื่องของการประชาสัมพันธ์สินค้า ส่วนมะปรางก็เป็นการบริหารจัดการธุรกิจ วางแผนอะไรต่างๆ รวมถึงเรื่องของการตลาดด้วย ซึ่งมะปรางจะเป็นคนที่ดูตรงนี้ทั้งหมด ซึ่งอย่างที่เบลบอกว่าเบลมั่นใจว่ามีพาร์ทเนอร์ที่ดี คือเบลไว้วางใจและให้เกียรติในการทำงานของมะปรางค่ะ เบลมองว่ามะปรางมองเรื่องนี้ให้เบลทุกอย่างอยู่แล้ว ซึ่งก่อนที่เบลจะตกลงใจทำธุรกิจนี้เบลต้องดูก่อนว่าสินค้านี้มีอย.จริง และเบลทดลองสินค้าเองก่อนด้วย เพราะเบลก็กลัวว่าจะมีผลอะไรต่อผู้บริโภค ซึ่งถ้าสินค้ามีปัญหาจริง เบลไม่กล้าทำตรงนี้หรอกค่ะ ซึ่งเบลยึดหลักในเรื่องของคุณภาพสินค้า เรื่องอย.ต้องถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตอนนี้เราอยากจะสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าด้วยการส่งสินค้าไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบสารที่อยู่ในสินค้า เพื่อให้ทุกอย่างยืนยันว่าถูกต้องและตรวจสอบได้ทุกอย่างจริงๆ ค่ะ”

     “ถ้าในส่วนของเบลยังไม่มีการเรียกเข้าไปชี้แจงนะคะ ตอนแรกเห็นข่าวเบลก็แอบตกใจนิดนึงค่ะ แต่ส่วนตัวของเบล คุณแม่เบล หรือพี่ผู้จัดการเช็คหมดแล้วไม่มีติดต่อเข้ามาเลยค่ะ และเบลก็เช็คไปทางมะปรางว่ามีหรือเปล่า มะปรางได้ไปรับนัดอะไรหรือเปล่า มะปรางก็ยืนยันว่าไม่มีค่ะ”

ยืนยันสินค้าของตนตรวจสอบความถูกต้องได้หมด
“สำหรับตัวเบลไม่ได้กระทบ ณ จุดนั้นนะคะ เพราะอย่างที่เรายืนยันว่าสินค้าสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่างจริงๆ และในเรื่องถึงแม้จะเป็นข่าวว่าแชร์ลูกโซ่หรืออะไรก็ตาม เบลขอยืนยันว่าธุรกิจของเบลเป็นการขายขาด ซึ่งก็คือแปลว่าตัวแทนรับสินค้าไป 100% เพื่อทำการจัดต่อไป ซึ่งเบลก็ส่งไปทางสคบ.ให้สคบ.ตรวจสอบและยืนยันว่าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจแบบขายขาดค่ะ”

     “ในส่วนของโฆษณาเบลกับมะปรางได้ถ่ายทำโฆษณาไป และส่งไปให้ทางบริษัททำการตลาดต่อไป ซึ่งตรงนี้มะปรางจะเป็นคนดูค่ะ และเท่าที่เบลได้คุยกับมะปราง มะปรางก็บอกว่ามีตัวแทนบางท่านมีการตัดต่อ ต่อเติมเพิ่มข้อความเข้าไป ซึ่งทางบริษัทก็ได้มีการตักเตือนไปแล้วค่ะ บริษัทไม่มีการสนับสนุนให้มีการโฆษณาเกินจริงค่ะ ต้องขอยืนยันก่อนค่ะ และต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานด้วยค่ะที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี”

    “เบลยินดีจะเข้าไปชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ใจค่ะ ถ้ามีติดต่อเข้ามาเบลยินดีเต็มที่เลยค่ะ ต้องขอยืนยันว่าสำหรับเบอร์ส่วนตัวของเบลเองหรือคุณแม่หรือผู้จัดการไม่มีการติดต่อเข้ามาเลยค่ะ หรือทางมะปรางเบลก็เช็คแล้วว่าไม่มีการติดต่อเข้ามาจริงๆ แต่ถ้าทางเจ้าหน้าที่อยากจะให้เข้าไปชี้แจงเบลยินดีเลยค่ะ แต่มีทางบริษัทที่เข้าไปแล้วนะคะ รวมถึงตัวมะปรางด้วย ก็คือเข้าไปทั้งทางอย. ทางสคบ. แล้วด้วยค่ะ”

     “ส่วนตัวเบลไม่ได้กังวลอะไร วันนี้ได้ออกมาชี้แจงก็สบายใจมากขึ้น และอยากให้ทุกคนเข้าใจในรูปแบบของธุรกิจด้วย เพราะเบลเป็นคนที่ดูเรื่องของความถูกต้อง ความโปร่งใสชัดเจนอยู่แล้ว เบลอยากให้ทุกๆ ธุรกิจที่เบลทำ ทุกอย่างที่เบลทำถ้าเบลลงมือทำแล้วเบลตั้งใจทำเต็มที่และเบลอยากทำให้ทุกอย่างออกมาถูกต้องค่ะ ตอนนี้ทางสคบ.ก็เรียบร้อยแล้ว รอเป็นเอกสารออกมา ทางอย.ก็เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่จะมาร่วมยืนยันว่าสินค้าปลอดภัยและตรงตามศาสตร์ที่บอกจริงๆ”

     “ถามว่าต้องระมัดระวังมากขึ้นอีกมั้ย เบลมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีทั้งกับตัวเบลเองที่จะได้เรียนรู้มากยิ่งขึ้น รวมถึงคนที่ทำธุรกิจก็จะเรียนรู้มากยิ่งขึ้นว่าหลังจากนี้ควรจะต้องตรวจสอบทุกอย่างให้เรียบร้อย รวมถึงการที่จะบอกกับผู้บริโภค ซึ่งตัวเบลเองก็พยายามใช้ความจริงใจและความถูกต้องค่ะ”