อย่างโหด! มนุษย์แม่ระเบิดลง ตบ-ถีบลูกหัวทิ่มกลางห้าง

549


อย่างที่มีสุภาษิตว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” และภาพจากล้องวงจรปิดในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในยูเครน เป็นหลักฐานชั้นดีมัดตัว โอลก้า เชตโซว่า คุณแม่บล็อกเกอร์วัย 31 ปี ที่โพสต์เรื่องราวไลฟ์สไตล์ และให้คำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกกับพ่อแม่ที่ไม่มีเวลา ว่าชีวิตจริงเธออาจไม่สวยหรู หรือเลี้ยงลูกชิลๆ แบบที่ปากพูด เพราะคุณเธอทั้งตีทั้งเตะทั้งถีบลูกชายตัวเองอย่างน่ารังเกียจ

เชตโซว่า วัย 31 ปี พา “วิตาลิก” ลูกชายวัย 6 ขวบไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า และถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ว่าเธอตบตี และเตะถีบลูกชายจนหัวทิ่ม และเป็นพนักงานห้างที่เข้ามาห้าม ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ปฏิเสธไม่ได้ และเธอโยนบาปให้กับความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการต้องเลี้ยงลูกเองเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่สามีของเธอต้องไปทำงาน


โอลก้า เชตโซว่า คุณแม่บล็อกเกอร์เลี้ยงลูก
หนึ่งดอกเน้นๆ
ถีบเข้าให้

นาตาเลีย ผู้จัดการแผนกสถานที่เกิดเหตุ เล่าว่า “เมื่อเด็กถูกเตะที่หลัง นั่นไม่ใช่วิธีการที่ใจเย็นแล้ว เราทุกคนอึ้งไปหมด” โดยจากนั้นมีการโทร.แจ้งความ และตำรวจมาที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีการดำเนินการใด ส่วนวีดีโอถูกเผยแพร่หลังจากนั้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้ฉาวโฉ่ และเป็นที่รับรู้

คุณแม่นอตหลุด ที่มีลูกชายวัยสองขวบชื่อ “มาร์ค” อีกคนกล่าวว่า “ฉันก็มีอารมณ์เสียบ้าง พวกคุณไม่เคยเหรอ ถ้าคุณไม่เคยตะคอกใส่ลูก ไม่เคยตีลูก ฉันก็จะนับถือพวกคุณมาก ฉันไม่ใช่แบบนั้น ฉันตะโกน ตี ดุด่า นี่คือฉัน ฉันเป็นแบบนี้ บ่อยครั้งที่ฉันเหนื่อย แต่ฉันไม่ทำโทษตัวเองจากาการทำเช่นนี้ นี่เป็นหัวข้อโง่ๆ ที่จะเอามาคุย แทนที่จะคุยเรื่องความขัดแย้งสู้คุยเรื่องรองเท้าดีกว่า สถานการณ์ตอนนั้นมีที่มาที่ไป และไม่เกี่ยวกับวิตาลิกเลย แต่ฉันไม่อยากเอาปัญหามาเล่าให้คนอื่นฟัง”

โอลก้ากับสามีและลูกชาย
อัดคลิปแก้ตัว เอ๊ย! อธิบายเรื่องราวให้ทุกคนเข้ามาด่าต่อ!

“เขา (ลูกชาย) ไม่ได้อดยาก เขาอยู่บ้าน กินดีอยู่ดี เราไม่ได้ทุบตีเขาสามเวลาหลังอาหาร เขามีของเล่นเยอะแยะ เล่นกีฬาทุกวัน เขาไปเที่ยวเล่น ไม่ได้ขาดอะไรเลย ไม่ต้องกังวลแทนเขา เขามีความสุขดี เขาไม่ได้อยู่กับปู่ย่าตายาย เขาไม่ได้โตมากับพี่เลี้ยง ฉันนี่แหละทำเองทุกอย่าง ด้วยแรงกายของตัวเอง ไม่มีใครช่วย เพราะฉะนั้นเวลาฉันนอตหลุด คุณต้องเข้าใจว่ามันมาจากความเหนื่อย และอ่อนล้าทางจิตใจ การเลี้ยงลูกเองสองคนมันไม่ง่าย สามีฉันทำงานตลอดเวลา เขาเดินทางบ่อยๆ และบางทีไม่อยู่บ้านเป็นอาทิตย์”

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ใครจะถูกกล่อมง่ายๆ คุณแม่ท่านหนึ่งตอบโต้ว่า “สิ่งเลวร้ายที่สุดในวีดีโอคือ ไม่มีอะไรแสดงให้เห็นความรักของเธอที่มีต่อลูกเลย กินดีอยู่ดี แต่งตัวดี อยู่ด้วยตัวเอง ไม่มีพี่เลี้ยงด้วย ฉันเป็นซูเปอร์ฮีโร่….เดี๋ยวๆ ที่รัก รอดูอีกสัก 10-15 ปีก่อน”