สามชั่วโมงชีพดับ…ความจริงที่โหดร้ายของคุกรัสเซีย

263
โรมัน ซารีเชฟ และ มาเรีย พิมาโคว่า ภรรยา

เมื่อช่วงต้นปีนี้ (2020) ผู้คุมเรือนจำในยาโรสลาฟล์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมอสโก สองนาย ถูกสั่งจำคุกข้อหาทำร้ายร่างกายนักโทษ แม้ทางการจะบอกว่ากำลังมีการยกเครื่องระบบทัณฑสถานในรัสเซีย แต่เรื่องราวจากคำบอกเล่าของนักโทษ, ญาติพี่น้องของพวกเขา และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แบบนั้น

ไม่มีใครเห็นห้องที่ โรมัน ซารีเชฟ ถูกทุบตี การทุบตีที่รุนแรงถึงขั้นทำให้เขาเสียชีวิตในอีก 3 ชั่วโมงต่อมา และนี่ไม่ใช่การกล่าวหาลอยๆ … มันเป็นห้องปิดตาย ล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนามและกำแพงสูง แต่เรือนจำแห่งนั้น – ทัณฑนิคมหมายเลข 6 – ในแคว้นบรีอันสค์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมอสโก เป็นที่รู้จักของใครหลายคน อดีตนักโทษและแม้แต่นักโทษปัจจุบัน บรรยายสภาพของห้องนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้น

มันไม่มีหน้าต่าง เพดานต่ำเตี้ย ผนังห้องเป็นสีเหลืองมันวาว นักโทษใหม่จะถูกพามาห้องเล็กๆ ห้องนี้ ผ่านทางเดินแคบๆ ที่เชื่อมจากประตูทางเข้าเรือนจำ พวกเขาต้องเดินเร็ว แทบจะวิ่ง ตัวงอ มือถูกไพล่หลังใส่กุญแจมือ ขณะเดินไป พวกเขาจะถูกผู้คุมชก, เตะ และก่นด่า คลอไปกับเพลง “Du Hast” ของ Rammstein วงเฮฟวี่เมทัลจากเยอรมัน ที่เปิดโวลลุ่มดังสะท้าน

ภาพนักโทษในเรือนจำความมั่นคงสูงที่ซอสนอฟก้า, มอร์โดเวีย, รัสเซีย

นี่คือพิธีกรรมรับน้อง มันถูกออกแบบมาเพื่อข่มขวัญ และหยามเหยียดนักโทษใหม่ ถึงแม้สาเหตุที่ ซารีเชฟ วัย 32 ปี โดนเตะจนม้ามแตก จะยังไม่เป็นที่แน่ชัด การสอบสวนยังคงดำเนินการอยู่ แต่การทำร้ายทุบตีไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจของคนที่คุ้นชินกับทัณฑนิคมหมายเลข 6 หรือเรือนจำหลายๆ แห่งในรัสเซีย

จากรายงานของทัณฑสถาน ระบุว่ามีนักโทษเสียชีวิต 2,700 คนในปีที่แล้ว (2019) ส่วนใหญ่ถูกสมมติฐานว่าตายจากเหตุธรรมชาติ แต่ถึงกระนั้น ข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกาย และทารุณนักโทษ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

ปี 2018 มีวีดีโออื้อฉาวแสดงให้เห็นว่าผู้คุมทำร้ายนักโทษที่ถูกจับนอนคว่ำหน้าบนโต๊ะในเรือนจำที่ยาโรสลาฟล์ จากนั้นปีต่อมา นักโทษหลายคนในเรือนจำที่คาเรลียา ติดชายแดนฟินแลนด์ ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และเมื่อปีที่แล้วอดีตผู้บัญชาการเรือนจำโดนจำคุกจากการทารุณนักโทษ หรือย้อนไปปี 2018 ที่เรือนจำในคราสโนดาร์ นักโทษ 5 คนถูกสั่งให้ปัสสาวะรดใส่กัน ก่อนจะโดนทุบตีจนมีนักโทษเสียชีวิต 1 คน

เรื่องเหล่านี้และอีกหลายต่อหลายเรื่อง มักถูกเปิดเผยหลังจากเกิดเหตุไปแล้วหลายเดือนหรือเป็นปี เมื่อพยานได้รับอิสรภาพออกมา ถ้าหากเกิดเรื่องอื้อฉาวรุนแรง เจ้าหน้าที่ในเรือนจำก็อาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ทางการมักบอกว่านี่คือบทเรียนที่ต้องจดจำ แต่ถึงกระนั้น เหตุการณ์ทำนองนี่้กลับเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ

ทัณฑนิคมหมายเลข 6 อันเลื่องชื่อ

เหตุการณ์ที่ยาโรสลาฟล์ ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะครั้งนี้มีภาพวีดีโอฟุตเทจจากกล้องที่เชื่อว่าติดอยู่กับผู้คุมที่เข้าเวรอยู่ ขณะที่โดยส่วนใหญ่ กล้องมักมีปัญหา พวกมันไม่ทำงานเอาดื้อๆ อย่างในเคสที่เกิดขึ้นกับโรมัน ซารีเชฟ ที่ทัณฑนิคมหมายเลข 6

ซารีเชฟถูกจับข้อหาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ในแคว้นบรีอันสค์ เขาหวังว่าจะโดนเพียงจ่ายค่าปรับหนักๆ แต่กลับถูกตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่ง เขาอุทธรณ์ และหวังว่าการป่วยจากโรคตับรุนแรงจะทำให้เขาไม่ต้องโทษจำคุก แต่โชคไม่เข้าข้างเขา วันที่ 8 ธันวาคม 2019 ซารีเชฟถูกนำตัวมายังทัณฑนิคมดังกล่าวตอนเวลา 19.40 น. … หนึ่งชั่วโมงจากนั้นมีการโทรแจ้งรถพยาบาล ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตตอนเวลา 22.40 น.

เช้าวันรุ่งขึ้น เอเลน่า, แม่ของซารีเชฟ, โทร.มาเรือนจำเพื่้อผลตรวจเลือดลูกชาย แต่ข้อมูลที่เธอได้จากเจ้าหน้าที่คือลูกชายเธอเสียชีวิตแล้ว เอเลน่ากรีดร้อง พี่สาวของซารีเชฟโทร.มาเรือนจำอีกครั้ง และเธอถูกแจ้งว่ามันเป็นอุบัติเหตุ

ไม่นานหลังจากการเสียชีวิตของซารีเชฟ, เซอร์เก เชฟตอฟ หนึ่งในผู้คุมเรือนจำ ถูกจับ เขาถูกคุมขังระหว่างคดีรอการไต่สวน นักเคลื่อนไหวที่ติดตามเคสความรุนแรงในเรือนจำบอกว่า ไม่น่าจะเป็นการกระทำของคนๆเดียว

ถ้าเลือกได้ก็อย่าทำให้ตัวเองต้องเข้าไปอยู่ในนี้เลย

จากการพูดคุยกับแม่ของนักโทษอีกคนในทัณฑนิคมเดียวกัน ซึ่งมารายงานตัวก่อนซารีเชฟไม่กี่ชั่วโมง เธอเล่าว่าลูกชายของเธอถูกสั่งให้วิ่งฝ่าแนวของผู้คุมที่ยืนรอชกรอเตะไปตามเสียงเพลงเฮฟวี่เมทัลดังกระหึ่ม

อดีตนักโทษคนหนึ่งรู้จักเชฟซอฟเป็นอย่างดี “เขากับผู้คุมอีกคน ชื่อเล่นว่าซเมตาน่า ชอบเฆี่ยนตีนักโทษ ไม่ใช่เพราะกฎระเบียบหรือรีดไถ แต่เพราะพวกเขามีอำนาจที่จะทำ”

เดือนกรกฎาคม 2018 ผู้คุมเจ้าของชื่อเล่น “ซเมตาน่า” ซึ่งแปลว่า “ครีมเปรี้ยว” หรือชื่อจริง “อีวาน มาร์ชาลโก้” ใช้ผ้าปูที่นอนรัดคอนักโทษเสียชีวิต เขาถูกตัดสินจำคุก 12 ปี ย้อนไปปี 2014 ผู้คุมอีกคนชื่อ อันเดร ยาคูบอฟ ถูกรายงานว่าใช้ “มัดหนังสือ” ฟาดศีรษะนักโทษ เหยื่อเสียชีวิตในอีก 1 สัปดาห์ต่อมาจากภาวะเลือดออกในสมอง และยาคูบอฟถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

ประวัติศาตร์ของทัณฑนิคมหมายเลข 6 เต็มไปด้วยความรุนแรง และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่นี่เกิดเหตุจราจลสองครั้ง เพื่อประท้วงความรุนแรงและการข่มขู่รีดไถจากฝีมือของแก๊งนักโทษที่เหล่าผู้คุมคัดเลือกมาเป็นลูกมือ อดีตนักโทษหลายคนบอกด้วยว่าเหตุเสียชีวิตหลายสิบเคสไม่เคยมีการสอบสวน

มาเรีย (ซ้าย) และ เอเลน่า (ขวา) ภรรยา-แม่ของซารีเชฟ

เจ้าหน้าที่ห้องดับจิตบอกครอบครัวของซารีเชฟว่า เขาถูกกระทำราวกับเป็นของเล่นยาง ครอบครัวของซารีเชฟไม่ได้พลิกดููร่างกายอีกด้านของเขาว่าเป็นยังไง แต่พวกเขาเห็นรอยฟกช้ำแปลกๆ ที่บริเวณขา พวกเขานำภาพพวกนั้นมาเผยแพร่ โดยหวังว่ามันจะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสาธารณชน จนนำไปสู่การสอบสวนได้ แต่ความจริงที่น่าเศร้าคือ ทัณฑนิคมหมายเลข 6 ไม่เหมือนที่ไหน มันเป็นเรือนจำแห่งเดียวในจำนวนนับร้อยที่ซ่อนความลับดำมืดไว้ได้

ในวันประกอบพิธีฝังศพ มีจดหมายมาที่บ้านของซารีเชฟ ที่เขาอาศัยอยู่กับมาเรีย ภรรยาของเขาและลูก มันเป็นจดหมายที่เขาเขียนจากสถานแรกรับฝากขัง ก่อนจะถูกย้ายไปทัณฑนิคม ลูกชายวัย 5 ขวบของพวกเขาตอบจดหมายว่า “พวกเรารักพ่อนะครับ เราคิดถึงพ่อคนเก่งและรูปหล่อของเรามากเลยครับ พ่อเป็นพ่อที่ดีครับ”