ศูนย์ป้องกันโรคสหรัฐฯ เผย “โอไมครอน” ระบาดง่าย ฉีดครบโดสก็ไม่รอด

100

“ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา” (CDC) ระบุว่า ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน จำนวน 34 รายจาก 43 คน ที่พบใน สหรัฐฯ เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และ 14 คน จากจำนวนดังกล่าวฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วด้วย แม้จะมี 5 ราย ที่ติดโควิดก่อนจะครบ 14 วันหลังฉีดวัคซีนเข็ม 3 ซึ่งเป็นช่วงที่วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันเต็มที่ นั่นหมายความว่า แม้จะฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว ก็ยังติดเชื้อได้นั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มจาก CDC ระบุว่า จากจำนวนดังกล่าว มีผู้ติดเชื้อ 25 รายที่อยู่ในกลุ่มอายุระหว่าง 18-39 ปี นอกจากนี้ มีผู้ติดเชื้อ 14 ราย ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน 6 ราย ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน โดยผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ส่วนใหญ่มีอาการป่วยเล็กน้อย เช่น ไอ คัดจมูก ส่วนอาการอื่นๆ ที่ไม่พบมากนัก อาทิเช่น คลื่นไส้ อาเจียน หายใจสั้นหรือหายใจลำบาก ท้องเสีย และสูญเสียการได้กลิ่นหรือการรับรสชาติ

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา คาดว่าอาการป่วยที่ไม่รุนแรงจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว หรือเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน และแม้ว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อย แต่เนื่องจาก โอไมครอน เป็นเชื้อที่แพร่ระบาดได้ง่ายกว่าเดิม อาจทำให้มีการติดเชื้อมากพอที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขรับมือไม่ไหวก็เป็นได้

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Thiravat Hemachudha” เกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ระบุว่า…

“จาก youtube Dr.John Campbell พูดถึงข้อมูลตรงไปตรงมาเกี่ยวกับโอไมครอนว่าแพร่กระจายได้เร็วกว่า และฟุ้งลอยอยู่ในอากาศได้นานกว่าเดลตา อยู่ที่โล่งจะดี (จะเกี่ยวหรือไม่กับการที่มีโคโรนา ประจำถิ่นที่เหมือนหวัดเข้ามาควบรวมอยู่ด้วย) หนีวัคซีนได้หมด เป็นเหตุผลให้มีการติดเชื้อจำนวนทวีคูณขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดลตา และภายในเวลาเป็นสัปดาห์จะเข้าไปเคียงคู่หรือเบียดเดลตา”

“คำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้คือถ้ามีติดเชื้อเดลต้ากับโอไมครอนในคนเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น หรือกับไวรัสในตระกูลอื่น? การติดเชื้อลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ข้อมูลมีมาในระยะเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลแต่ที่ต้องการออกซิเจนหรืออาการหนักจะดูไม่มาก แต่ถ้าติดเชื้อคนจำนวนเป็น 100,000 หรือล้าน สัดส่วนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลจะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว”

“การฉีดวัคซีนแม้ดูไม่ได้ผลนักในการป้องกันการติด ต่อโอไมครอน แต่ถ้าบวกกับติดเชื้อตามธรรมชาติด้วยโอไมครอน และวัคซีน “เป็นที่หวังว่า” จะสามารถข้ามกลุ่มต่างๆของโควิดที่จะเกิดขึ้นหรือกำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บรรยายสรุปว่าต้องมีการเตรียมการสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Prepare for the worst)”

“ดังนั้นกลับมาถึงประเทศไทยอาจจะเป็นการพูดครั้งที่ 100 ถ้าต้องฉีดวัคซีนและวัคซีนไม่เก่งมากนักกับโอไมครอนแต่ยังดีกับเดลต้า และต้องให้ภูมิคุ้มกันดีสูงอยู่ตลอดจนกระทั่งถึงต้องมีการฉีดกระตุ้นซ้ำซากและในการฉีดแต่ละครั้งจะพ่วงผลข้างเคียงในคนโชคร้ายมาด้วย ทำไมไม่ฉีดเข้าชั้นผิวหนัง


และถ้าวัคซีนไม่ค่อยได้ผลมากกับการรักษาไม่มีการติดเชื้อเพิ่มไม่ให้เข้าโรงพยาบาล เป็นเรื่องจำเป็นที่สุดและเร่งด่วน ฟ้าทะลายโจร กระชายขาว ไอเวอร์เมคติน ฟลูออกซิทีน ถูกอย่างเหลือเชื่อเมื่อเปรียบเทียบกับยาที่สั่งเข้ามา”