วิเคราะห์ “เนมานย่า มาติช” แม่ทัพตัวใหม่ของปีศาจแดง

843

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว เนมานย่า มาติช กองกลางทีมชาติเซอร์เบีย มาจาก เชลซี เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญา 3 ปี บวกออปชั่นขยายออกไปอีก 1 ปี ส่วนค่าตัวตามข่าวคือ 40 ล้านปอนด์

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส ที่ดึง มาติช มาร่วมงานอีกครั้ง จากที่เคยไปสอย มาติช กลับมาจากเบนฟิก้า ตอนเขากลับมาคุมเชลซี รอบสอง กล่าวว่า “เนมานย่า เป็นนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนักเตะในแบบของโชเซ่ มูรินโญ่ เขามีทุกอย่างที่เราต้องการในตัวนักฟุตบอลคนหนึ่ง ซื่อสัตย์ สม่ำเสมอ ทะเยอทะยาน และเป็นทีมเพลย์เยอร์”

“ผมอยากขอบคุณเขาสำหรับความปรารถนาที่อยากมาร่วมงานกับเรา เพราะหากไม่เช่นนั้นแล้ว มันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เขามาที่นี่ ผมมั่นใจว่านักเตะของเรา และแฟนบอลจะรักเขา ขอต้อนรับเจ้าของเสื้อเบอร์ 31 คนใหม่”

ได้มาร่วมงานกับ มูรินโญ่ อีกครั้ง (Getty Images)

ด้านกองกลางวัย 28 ปี กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่ได้ย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การได้ทำงานกับโชเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้งคือโอกาสที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ ผมมีความสุขกับช่วงเวลาที่เชลซี และอยากขอบคุณสโมสรและแฟนบอลสำหรับการสนับสนุนของพวกเขา”

“ผมอยากจะพบเพื่อนร่วมทีม และซ้อมกับพวกเขาแล้ว นี่คือช่วงเวลาน่าตื่นเต้นของสโมสร และผมเฝ้ารอที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ให้สโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้” มาติช ที่ได้แชมป์ทั้งในอังกฤษ และโปรตุเกส กล่าว

การมาของ มาติช ทำให้ตอนแรกมีการคาดหมายว่า มารูยาน เฟลไลนี่ จะย้ายสวนทางออกไป แต่ มูรินโญ่ ยืนยันหลังเกมอุ่นเครื่องชนะ วาเลเรนก้า 3-0 ซึ่ง “ฟูไลนี่” โหม่งลูก 1-0 ว่ากองกลางชาวเบลเยียมเป็นนักเตะสำคัญของเขา ไม่มีทางขายไปไหนแน่นอน ทำให้ข่าวนี้เป็นอันจบไป และแผงกลางของ “ปีศาจแดง” ซีซั่นหน้าก็คงมี มาติช มาเป็นแกนหลักร่วมกับ ปอล ป๊อกบา และ อันเดร เอร์เรร่า โดยมี เฟลไลนี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค และน่าจะร่วมถึง อันเดรียส เปเรยร่า คอยหมุนเวียน

มาติช-เอร์เรร่า น่าจะเป็นแกนหลักในแดนกลางที่ดีของยูไนเต็ด (Getty Images)

มาติชเป็นห้องเครื่องโดยธรรมชาติ เป็นนักเตะขยัน ทำให้เพื่อนร่วมแผงกลางเล่นง่ายแบบที่เขาช่วย เชส ฟาเบรกาส ตอนคว้าแชมป์กับเชลซี ปี 2015 มาติชเป็นนักเตะเท้าซ้าย รูปร่างสูงใหญ่ แต่มีเทคนิคดี สกรีนบอลได้ ลำเลียงบอลขึ้นหน้าเองได้ ซึ่งทักษะดีๆ ส่วนใหญ่มาจากสมัยที่เขาถูก เชลซี โละไปให้ เบนฟิก้า ในฐานะส่วนหนึ่งของดีลที่ ดาวิด ลุยซ์ กองหลังแซมบ้า ย้ายสลับมาเล่นใน เดอะ บริดจ์

วิวัฒนาการการเล่นของ มาติช คล้ายๆ กับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ คือจากมิดฟิลด์ริมเส้น ถูกขยับมายืนเป็นกองกลาง สไตล์ “บ๊อกซ์-ทู-บ๊อกซ์” จากนั้นพอ มูรินโญ่ ไปเอาเขากลับมาเดือนมกราคม ปี 2014 มูรินโญ่ มอบบทบาทให้เขาในฐานะของ “ตัวแย่งบอล” จากประโยชน์ของสมรรถนะทางร่างกาย แต่ขณะเดียวกันก็ให้อิสระ มาติช ในการที่จะเติมเกม ทำเกม เรียกบอล-ส่งบอล และสร้างโอกาส หาก มูรินโญ่ มอบบทบาทนี้ให้ มาติช เขาก็จะยืนคู่กับ ปอล ป๊อกบา ที่จะเล่นสบายขึ้น

ความสามารถในการครองบอล แย่งบอล สร้างเกมด้วยตัวเอง ทำให้ มาติช ถอยต่ำมายืนเป็นตัวโฮลด์ดิ้งมิดฟิลด์ได้ด้วย หรือมองอีกอย่างก็คือ มาติช จะมาเสียบแทน เฟลไลนี่ และ คาร์ริค ในการเล่นร่วมกับป๊อกบา และ เอร์เรร่า แม้ในแง่ของการจ่ายบอลหรือวิสัยทัศน์อาจเป็นรองคาร์ริคก็ตาม หรือไม่เช่นนั้น มาติช ก็อาจยืนคู่กับ เอร์เรร่า และให้อิสระ ปอล ป๊อกบา ดันสูงไปเล่นเกมรุกอย่างสะดวกใจมากขึ้น หรือในอีกแง่อาจเป็น ป๊อกบา ที่ถอยลงมายืนคู่ มาติช และใช้ความสามารถในการวางบอล จ่ายบอล แจกจ่ายเพื่อนร่วมทีม และเป็น เอร์เรร่า ที่เติมสูงแบบสมัยอยู่แอธเลติก บิลเบา และสมัย หลุยส์ ฟาน กัล คุมอยู่

มาติช จะช่วยให้ ป๊อกบา เล่นอิสระมากขึ้นกว่าเดิม (Getty Images)

บทสรุปของ มาติช คือเป็นกองกลางธรรมชาติที่ครบเครื่อง ครองบอลเยี่ยม และรับส่งบอลได้ไม่ขาดตกบกพร่อง แถมมีเท้าซ้ายที่ฉมัง การมาของเขาทำให้ทีมแน่นขึ้นเยอะในการลุยฤดูกาลหน้าที่ทีมจะได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากนี้ มาติชเป็นนักเตะที่แทบไม่มีปัญหาบาดเจ็บหนักๆ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาเล่นเกมลีกให้เชลซีอย่างน้อยซีซั่นละ 33 นัด และในฐานะนักเตะคู่บุญของ มูรินโญ่ หมายความว่า มาติชพร้อมใช้งานทันที