มีชื่อแล้ว! “Patagotitan Mayorum” ไดโนเสาร์ตัวใหญ่ที่สุดในโลก

535

ซากฟอสซิลไดโนเสาร์ยักษ์ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าใหญ่ที่สุดบนพื้นพิภพ ที่มีการค้นพบกระดูกที่ อาร์เจนตินา ตั้งแต่ปี 2013 ตอนนี้ได้ชื่ออย่างเป็นทางการแล้วว่า “Patagotitan Mayorum” โดยวัดจากกระดูกต้นขา มันจะมีความยาวระหว่าง 115-130 ฟุตหรือราว 35-40 เมตร สูงกว่า 20 เมตร และมีการประมาณว่ามันน่าจะหนักได้มากถึง 62-77 ตัน หรือเทียบเท่ากับช้างแอฟริกันประมาณ 14 ตัว

ย้อนไปปี 2013 ที่ทุ่งกันดารใน ลา เฟลช่า, ชูบุต ประเทศอาร์เจนตินา มีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ว่ากันว่าตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการขุดพบเจอคือหนักกว่า 62 ตัน พอๆ กับเครื่องบิน Boeing 737 และความยาวจากปลายจมูกไปถึงปลายหางประมาณ 35 ฟุต แล้วที่สำคัญคือมีการขุดพบซากของไดโนเสาร์ที่นั่นถึง 6 ตัว ไม่ใช่ตัวเดียว

จินตนาการว่า Patagotitan Mayorum หน้าตาประมาณนี้

ด้วยน้ำหนักตัว และการเปรียบเทียบกระดูกสันหลังทำให้ Patagotitan Mayorum เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก3 โดยมันมีชีวิตอยู่เมื่อ 100 ล้านปีก่อน ในยุคครีเตเชียส และเป็นไดโนเสาร์ประเภท “ซอโรพอด” หรือไดโนเสาร์คอยาว หางยาว เดินสี่ขา กินพืช

ไดโนเสาร์ที่พบนั้นมี 6 ตัว ไม่ใช่ตัวเดียว โดยสันนิษฐานว่ามันตายเพราะน้ำท่วม และร่างถูกฝังกลบไว้ในโคลน ขณะเดียวกัน การพบซากมันเป็นฝูงแสดงให้เห็นว่ามันเป็นสัตว์สังคม และเมื่อวัดน้ำหนักแล้วมันหนักกว่า Dreadnoughtus ถึง 15%

กระดูกท่อนเดียวยังใหญ่ได้ขนาดนี้
เป็นหนึ่งในการค้นพบที่สมบูรณ์ที่สุด แถมเป็นยักษ์พันธุ์ใหม่ด้วย

มีการนำ Patagotitan Mayorum ไปเปรียบเทียบกับ Argentinosaurus ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุด ที่หนักถึง 80 ตัน แต่ไม่ได้วัดจากขนาดขา และไม่น่าเชื่อถือพอ

ในแง่ของกระดูกสันหลังนั้น ดร.โฮเซ่ การ์บัลลิโด้ แห่ง Museo Paleontologico Egidio Feruglio ใน อาร์เจนตินา เชื่อว่ากระดูกสันหลังของ Argentinosaurus เล็กกว่า Patagotitan ราวๆ 10% และ “จากขนาดสัดส่วนที่กล่าวมา ตลอดจนการเปรียบเทียบกระดูกสันหลัง ทำให้ Patagotitan เป็นไดโนเสาร์ชนิดที่ใหญ่ที่สุด”

ความมโหฬารของมัน

น้ำหนักของ Patagotitan Mayorum หนักมากกว่าซอโรพอดหลายชนิดในยุคจูราสสิค ซึ่งเป็นยุคของเหล่ายักษ์ใหญ่อย่าง Giraffatitan และ Apatosaurus ซึ่งก็ตัวใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งแล้ว “ที่นี่เรามีไดโนเสาร์ตระกูลไททันโนซอรัสตัวใหม่ซึ่งไม่เพียงเป็นซอโรพอดที่ตัวใหญ่ที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในการค้นพบไททันโนซอรัสที่สมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย”