“พีเค” โหมงานหนักจนซูบ เข็ดจริง ถึงขั้นนั่งร้องไห้กับตัวเอง

430

เป็นพิธีกรงานอีเว้นท์ที่ถือว่าขายดีที่สุด สำหรับหนุ่ม “พีเค ปิยวัฒน์ เข็มเพชร” เรียกว่าเป็นเจ้าพ่องานอีเว้นท์เลยก็ได้ แถมยังมีงานอื่นๆ อีกเพียบ แต่ก็ทำเอาเจ้าตัวซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดเจอหนุ่มพีเคในงานร่วมรำลึกคีตศิลป์แห่งพระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชใน โครงการ คีตรัตน์ The Royal Musical Legacy ณ ตึก The Escape ชั้น 3 ซอยทองหล่อ 18 เจ้าตัวก็ยอมรับว่าซูบผอมลงเพราะโหมงานหนักจริงๆ

“ผอมลงครับ ไม่ได้ตรอมใจครับ (ยิ้ม) เพราะว่าเวลาทำงานวิทยุก็จะเริ่มทำงานตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 12.30 น. หลังจากนั้นก็จะเป็นงานรายการทีวี งานอีเว้นท์ งานอ่านสปอร์ต ซึ่งก็จะไหลไปถึงกลางคืนอยู่ พอ 3 เดือนที่แล้วก็มีรายการคุยเช้าโชว์ ก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี5 แล้วทำงานทุกเช้ายาวถึงกลางคืน พอเยอะระดับนึงมันเริ่มไม่ไหว ร่างกายเริ่มไป รู้เลยว่าต่อจากนี้ไปคงจะไม่ทำงานเช้าถึงกลางคืนติดกันนานขนาดนี้อีกต่อไปแล้ว”

“น้ำหนักลงไป 3 กิโลครับ เรื่องนึงคืออยากลดน้ำหนักอยู่แล้ว แต่ไม่อยากลดด้วยการทรมานแบบนี้ มันทำให้ผมค้นพบอีกอย่างหนึ่งในอายุ 43 เป็นอะไรที่ปัญญาอ่อนมากเลยนะ คือวันนั้นทำงานตั้งแต่ตี5 ยาวมาถึง 5 โมงเย็น คออักเสบ กินข้าวไม่ได้ แต่หิวมาก แล้วต้องขึ้นอีกอีเว้นท์นึง ซึ่งเป็นงานที่3 ของวันนั้น กินก็กินไม่ได้ หิวก็หิว จำได้ว่าไปอ่านสปอร์ตมาได้เงินสดอยู่ในกระเป๋าเนี่ย ก็สั่งครัวซองต์กับกาแฟร้อนนั่งกินเพราะว่าหิวมาก พอกัดไปคำนึงน้ำตาไหลเพราะกินไม่ได้ ก็นั่งบีบขาตัวเองเพราะเจ็บคอมาก รู้สึกเลยว่ามีเงินมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย แล้ววันนั้นนั่งน้ำตาไหลอยู่คนเดียว ทรมานมาก จากนั้นมาก็เลยคิดว่าหลังจากนี้เริ่มต้นเดือนหน้าจะไม่รับงานโหมขนาดนั้นอีกแล้ว”

“ก็จะจัดสรรเวลาใหม่ จะไม่มีคำว่าเช้าถึงกลางคืนติดกัน 3 เดือน ไม่มีอีกแล้ว ที่ผ่านมาเข้าโรงพยาบาลไป 4 รอบ ก็เป็นคออักเสบ ไอ นอนก็ไม่ได้ ตื่นทุกชั่วโมง ร่างกายก็จะเททันที หวัดมา จามก็ทรมาน ไอก็ทรมาน พูดก็ทรมาน คนในวงการที่ใช้เสียงทุกคนจะเจออย่างนี้ และด้วยความที่เรามีงานจ่อไว้แล้ว งานอีเว้นท์ก็เหมือนงานแต่งงานที่ไม่มีเจ้าบ่าวไม่ได้ ฉะนั้นเราเป็นพิธีกรจะไปแคนเซิลเขากระทันหันไม่ได้ ยังไงก็ต้องทำ แล้วมันมีติดกันอย่างนี้มาเป็นอาทิตย์ ผมก็เลยต้องเอาช่วงเวลา 2 ชม.โดดไปฉีดยา แล้วกลับมาขึ้นเวทีใหม่ มีอยู่วันนึงมีว่างอยู่ 10 ชม. โดดไปนอนโรงพยาบาลอยู่ 6 ชม.ให้น้ำเกลือ แล้วกลับมาทำงานต่อ พออีก 2 วันต่อมาเป็นเหมือนเดิมก็ไปฉีดยาอีกรอบนึง ก็รู้สะเต็ปแล้ว ก็พอแล้ว”

บอกแฟนสาว “โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชม” คอยดูแลตลอด แถมสมน้ำหน้าอีกต่างหาก
“ถ้าไม่หนักกว่านี้มันจะไม่มีอะไรมาเตือนผม แล้วผมก็จะพุ่งๆ ไปอย่างเดียวตลอด แต่ที่ต้องทำคืองานที่รับไว้แล้วทั้งนั้น แต่สมัยก่อนมันก็ยังไม่มีคุยเช้าโชว์ที่ 7.00-8.00 น. ทุนวัน สด และเราก็อยากทำเพราะมันสนุก มันรับความสามารถในการเป็นพิธีกรสดได้ และหลังจากคุยเช้าโชว์แล้ว งานอื่นเราโอเคอยู่แล้ว เราเก่งยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เราต้องเสียไปคือสุขภาพ เพราะฉะนั้นต้นเดือนหน้าคุยเช้าโชว์เขาย้ายเป็นบ่าย ก็เป็นคุยบ่ายโชว์ครับ”

“โยเกิร์ตเขาอยู่ข้างๆ ตลอดครับ เขาบอกสมน้ำหน้า บอกแล้วว่าอย่าซ่ามาก (ยิ้ม) เขาไม่บ่นนะ เพราะ 2 ปีผมจะไม่สบายสักครั้งนึง และที่เป็นหนักๆ ก็ตอนที่ถ่ายลุ้นร้อง ลุ้นรัก ยืนๆ อยู่ตะล้มเลยนั่นคือ 2 ปีที่แล้ว แม่ต้องไปรับเหมือนอนุบาลเลย (หัวเราะ) จนมาครั้งนี้เลยเป็นหนักหน่อย และคิดว่าจะไม่เจอโรงพยาบาลอีกอย่างน้อยถ้าไม่ใช่งานอีเว้นท์ก็ 2-3 ปี (ยิ้ม)”

“ออกกำลังกายทุกวันครับ คือพอคุยเช้าโชว์เสร็จ ผมจะมีเทรนเนอร์มาตอน 13.30 น. แล้วก็จะออกกำลังกาย 6 วันต่อสัปดาห์ แต่ด้วยความที่เราคิดว่าเราฟิต ออกกำลังเสร็จก็ไปทำงานๆ ทำอย่างนี้มา 3 เดือน มันก็เลยหนักกว่าเดิม ก็เลยรู้แล้วว่าเบาๆ ก็ได้ครับ ถอดเสื้อมาก็ไม่มีคนมองอยู่แล้ว ฉะนั้นก็เบาๆ หน่อย (ยิ้ม) แต่ตั้งเป้าไว้ว่าสิ้นปีนี้อยากให้น้ำหนักอยู่ที่ 70 กิโล เพราะไหนๆ เราก็เสียไปอย่างทรมานมาก เสียมาด้วยน้ำตาจริงๆ (หัวเราะ) ไม่ได้ร้องไห้มานานมาก ครั้งล่าสุดคือที่ดูโยเล่นละครนางทาส แล้วก็ไม่ร้องอีกเลย (ยิ้ม)”