“พจน์ อานนท์” ไม่สนคนแขวะทำหน้าใหม่ บอกมีปัญญาทำให้ได้เหมือนตนก่อนค่อยมาคุย

483

เป็นคนที่ไม่มีความแอ๊บเลยจริงๆ สำหรับนักปั้น-ผู้กำกับชื่อดังอย่าง “พจน์ อานนท์” ที่ล่าสุดออกมาเผยว่าเพิ่งไปทำการอัพหน้ามาใหม่ทั้งหน้าที่เกาหลี เพราะทำจมูกที่ไทยแล้วดันทะลุ เลยต้องไปแก้ใหม่ และถือโอกาสทำอย่างอื่นเพิ่มด้วย ทั้งตัดกราม กรีดตา ดึงหน้า หมดไปเป็นล้าน

“ไปแก้จมูกมา เพราะจมูกมันทะลุ ทำที่ไทยก่อน คราวนี้ก็เลยไปเกาหลี ที่ไอดี แล้วที่นี่ก็ทำหน้าให้ดาราไทยเยอะนะ ดาราแอบไปทำหลายคนนะ แต่ไม่ยอมปล่อยชื่อ แต่นี่ก็เพิ่งครบ 1 เดือน แล้วก็ไปตัดกรามให้เป็นวีเชฟ จะวีเชฟรึเปล่าไม่รู้ (หัวเราะ) แล้วก็เย็บดึงขึ้นไปข้างหู ตอนนี้ไม่มีแผลแล้ว เพราะที่เกาหลีเขาทำละเอียด แล้วก็กรีดตา คราวนี้ทำเยอะ ก็หมดเป็นล้านสิ ไม่โกหก (ยิ้ม) แต่ที่ตาแดงๆ นี่เพราะมันยังบวมอยู่ มันดึงตาเราอยู่ เขาบอกให้รอ 3-6 เดือนมันจะค่อยๆ หาย จริงๆ ค่าแก้แพงกว่าทำใหม่นะ แนะนำน้องๆ เลยว่าถ้าจะทำหน้านี่อย่าไปเลย ไปทำตรงอื่นก่อน ถ้าหน้านี่ก็ทำทีเดียวไปเลย เพราะแก้แล้วแก้อีกมันจะไม่ดีแล้ว”

“ก็น่าจะพอใจแล้วล่ะ เพราะมันไม่มีที่จะทำอะไรได้แล้ว หมอคงสั่นหัวแล้วล่ะ แต่อยากจะไปแก้จมูกอีกรอบนึงนะ แต่นี่ก็ต้องรออีก 6 เดือน ก็จะกลายเป็นอปป้า (หัวเราะ) เรื่องคอมเม้นท์ที่เข้ามาวิจารณ์เหรอ ไม่สนใจอยู่แล้ว เงินเราตั้งล้านนึง มีเราก็ไปทำ ฟีตแบ็คจะไปสนใจทำไม เดี๋ยวนี้ใครทำหน้าก็ต้องยอมรับแล้วล่ะว่าไปทำ เพราะทำออกมาแล้วมันดูดีเราก็ต้องยอมรับ แต่นี่ยังดูไม่ดีนะเพราะต้องรอ 6 เดือน ก็ไม่ต้องอายแล้วสมัยนี้ ยุคสมัยมันเปลี่ยน จะมานั่งบอกว่าไม่ได้ทำๆ อิห่าคางยื่นอย่างนั้นบอกไม่ได้ทำ แล้วจมูกโด่งขึ้นมาได้ยังไง มึงดัดฟันแล้วจมูกโด่งเหรอ ไม่ได้ ทำก็บอกว่าทำ”

“ยังมีคนมาวิจารณ์ไม่รู้ แต่อาจจะเพราะตอนนั้นเขายังไม่รู้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะ เพราะออกมาสัมภาษณ์แล้ว เพราะตอนนั้นเรายังไม่ปล่อยมาก หน้ายังบวมอยู่ ถ้ามีคอมเม้นท์อีกเหรอ ไม่แคร์หรอก ไอ้พวกที่มาเม้นท์เนี่ยหาเงินมาทำหน้าให้ได้แบบนี้ก่อนดีกว่า จริงๆ นะ ล้านนึงนี่มันก็เยอะนะ แทนที่จะมาเม้นท์มาด่ากัน ไปทำงานหาเงินไปทำหน้าดีกว่ามั้ย”

บอกเอา “กงยู” กับ “หมาก ปริญ สุภารัตน์” เป็นหน้าต้นแบบ แต่สุดท้ายออกมาก็เป็นตัวเอง

“คนเอาไปเปรียบเทียบกับสิงโต เดอะสตาร์ (สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล) เหรอ ตอนนั้นที่ยังไม่ได้ทำหน้า แต่พอให้หมอดูที่เกาหลีเราก็ไม่ได้เอารูปสิงโตไปให้เขาดูนะ เอารูปกงยูไปให้ดู เขาถามว่าอยากได้หน้าแบบไหน เราก็หาใครไม่ได้ ก็เลยเอาหน้ากงยูนี่แหละ เพราะเขาอาจจะรู้จัก แต่พอคิดไปคิดมากงยูเขาหน้าสั้น เราก็คิดว่าเราสั้นกว่ากงยูนะ ก็เลยเปลี่ยนเป็นหมาก ปริญ เพราะหารูปใครไม่ได้ เขาก็จมูกนิด คางหน่อย แต่ของเขาไม่ได้ทำนะ เราแค่เอารูปให้หมอดู แต่พอทำออกมามันก็กลายเป็นพจน์ อานนท์นี่แหละ เพราะว่ามันดึงได้เท่านี้ และจมูกก็โด่งไปไม่ได้มากกว่านี้เพราะมันไม่มีหนัง”

“แต่หน้าเราก็ไม่เปลี่ยนเยอะนะ เพราะเราเอาให้เปลี่ยนน้อยที่สุด ไม่แคร์หรอกถ้าจะเอาไปเปรียบเทียบกับใคร เรามีเงินน่ะจะไปแคร์ทำไม ตอนสิงโตโดนว่าเรายังบอกเลยว่าไปว่าเขาทำไม เขามีเงินก็ให้เขาทำไปสิ อีคนที่ไปว่าเนี่ยมึงหาเงินไปทำหน้ามึงดีกว่าแทนที่จะไปว่าเขา เราก็ไม่ได้บอกว่าเขาไปทำ แต่สมมติว่าน้องโดนว่าว่าไปทำก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน”

จบดราม่าที่เคยทะเลาะกับลูกน้อง เพราะอีกฝ่ายเข้ามาโทษ แต่คงไม่ได้ร่วมงานกันอีก

“ลูกน้องเขาแต่งงานตั้งแต่วาเลนไทน์ แต่เราไม่ได้ไป ตั้งแต่มีข่าวก็เลยยังไม่ได้คุย พอดีรู้ว่าเขาแต่งงาน เราก็เอาเงินไปช่วยเขา 1 หมื่นบาท ฝากแฟนแจ๊ส ชวนชื่นไป วันนั้นเราไปกินข้าวเขาก็แอบพากันมา ก็ขอโทษกันไป เราก็ไม่ได้โกรธ เราเข้าใจว่าอารมณ์คนเรามันก็มีกันได้ อารมณ์เราก็ด้วย ก็ให้อภัย แต่จะทำงานด้วยกันหรือเปล่าไม่รู้ แต่อาจจะไม่ครับ แต่ก็ช่วยเหลือกัน”