“ปีเตอร์” ลั่นทำทุกอย่างเพื่อลูก ยืนยันไม่เคยผิดข้อตกลงที่ให้กับ “พลอย”

338

เหมือนจะจบด้วยดีแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม “ปีเตอร์ คอร์ปไดเรนดัล” กับอดีตภรรยา “พลอย พลอยพรรณ ทวีรัตน์” ที่หลังจากหย่าและตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องการเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาสาวพลอยกลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าปีเตอร์ไม่ได้ส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกๆ ตามสัญญา และก็อยากจะขอให้ช่วยมาเลี้ยงดูลูกๆ ช่วงที่ตนต้องไปบินอีกด้วย

ซึ่งล่าสุดได้เจอปีเตอร์ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “SHOCK-FIVE 101 °C” @The Street ถ.รัชดาภิเษก เจ้าตัวก็ยอมรับว่าที่ให้สัมภาษณ์โต้กลับเรื่องนี้ไปก่อนหน้านี้เพราะอารมณ์ของขึ้น เนื่องจากกลัวหลายๆ ฝ่ายจะเข้าใจผิด แต่ยืนยันว่าที่ทำทุกสันนี้เพื่ออนาคตของลูกๆ แน่นอน

“เรื่องที่เกิดขึ้นก็คือผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมีพี่น้องสื่อมวลชนมาบอกผมว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ติดต่อไม่ได้เลย ซึ่งผมก็ดูว่าจริงๆ แล้วจะเป็นการดิสเครดิตหรือเปล่า เพราะจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เท่าที่ผมรู้ก็คือเพิ่งได้คุยเมื่อวันอาทิตย์ที่ได้เจอพลอย และได้ให้สัมภาษณ์ไป และล่าสุดที่ผมไลน์ไปก็คือเมื่อวันศุกร์ คือสองวันก่อนหน้านั้น และก่อนหน้านั้นก็มีการสื่อสารกันต่อเนื่องในไลน์นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่เข้าใจครับ ในทางหนึ่งก็อยากจะแก้นะครับ แต่ในทางหนึ่งเป็นลูกผู้ชายก็ไม่ควรพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไง เพราะว่าจริงๆ แล้วถ้านึกถึงอนาคตของลูกมันก็อาจจะต้องพูดอะไรบ้างนะ”

“การดิสเครดิตในช่วงที่งานกำลังเดิน ผมมองว่าถ้าผมลุยงานจริงจัง ซึ่งตอนนี้ผมตั้งใจมากเพื่ออนาคตของลูกนะครับ ผมจะทำอะไรให้เขาได้เยอะมาก แต่ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในการดิสเครดิตแบบนี้มันจะมีผลแบบไหน ประชาชนจะมองผมไม่ดีอีกหรือเปล่า จะมีปัญหากับผู้จัดอะไรหรือเปล่า จะมีปัญหากับผู้สนับสนุนรายการอะไรหรือเปล่า ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้คือผู้สนับสนุนอนาคตของลูกนะครับจะว่าไปแล้วโดยตรงเลยครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยของขึ้นไปนิดนึงคราวที่แล้ว อันนี้ผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมก็ว่ามันไม่ควร จริงๆ แล้วเราก็ตกลงกันไว้หลายอย่าง ซึ่งเราไม่พูดถึงตรงนั้นแล้วกัน

“เพิ่งคุยกับพลอยไปล่าสุดเมื่อวานครับ เพราะว่าวันที่ผมติดต่อไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาวันที่ 1 ก.ย. ผมก็ติดต่อไปขอเอาลูกมาเจออีกที ซึ่งได้คุยเมื่อวาน ผมก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากนะครับ เดี๋ยววันเสาร์ผมจะไปนั่งรอบ้านน้าและรอลุ้นดูแล้วกันว่าพลอยเขาจะเอาลูกมาส่งหรือเปล่า”

“ส่วนที่เขาบอกว่าให้ช่วยดูแลเวลาที่เขาบิน คือการที่เขาไปบินผมก็ไม่รู้ว่าเขาบินตอนไหน เพราะว่าใน 3-4 เดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้ส่งตารางบินให้ผมนะครับ ซึ่งผมก็ไม่สามารถจะเข้าไปสนับสนุนอะไรตรงนั้นได้ เพียงแต่ว่าวิธีการวางวันตอนนี้คือส่วนใหญ่ผมจะประชุมจันทร์ถึงศุกร์และลุยงานออฟฟิศส่วนใหญ่ช่วงนี้ เพราะฉะนั้นเวลาผมขอลูกมาส่วนใหญ่จะเป็นในช่วงของวันเสาร์-อาทิตย์ครับ แต่ถ้าจะให้ดูลูกเพิ่มผมก็ยินดีครับ แต่ขอแจ้งผมล่วงหน้านิดหนึ่ง ผมจะได้เคลียร์งานได้”

ยืนยันไม่เคยทำผิดจากข้อตกลง
“สำหรับตรงนี้อาจจะไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าในข้อตกลงการหย่าเขียนว่ายังไงบ้าง แต่ผมยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผมไม่เคยผิดสัญญาครับ เพราะเราตกลงกันไว้ทุกอย่างแล้ว รับประกัน 1,000% เลยครับ ไม่ได้ผิดสัญญาแน่นอน เรามีการตกลงกันไปแล้วครับ”

“ผมว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ใหม่และคงต้องปรับตัวอะไรกันบ้าง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา แต่จริงๆ แล้วช่วงนี้ผมตั้งใจมากที่จะทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของลูกนะครับ ไม่งั้นผมไม่ตื่นมาตี 5 – 6 โมงเข้ามานั่งวิดพื้น ซิทอัพ ไม่ออกไปกองละครแล้วก็มานั่งท่องบททั้งวันโดยที่ไม่ค่อยสนทนาอะไรกับใคร เพราะว่าผมต้องจำบทให้แม่นที่สุด ผมคงไม่ลุยถ่ายรายการนั่งหลังมอเตอร์ไซค์ เครื่องร้อนอบขา แดดเผาหลังวันละ 12-15 ชม. นะครับ ถ้าผมไม่นึกถึงอนาคตของลูกครับ เพราะฉะนั้นผมว่าถัาจะพูดถึงกันไม่ดี ผมว่าไม่พูดถึงกันไปเลยดีกว่า จริงๆ แล้วถ้าเราไม่พูดถึงกันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ ต่างคนจะได้โฟกัสในการที่จะสร้างอนาคตได้ดีที่สุดให้กับลูก”

“ผมคิดว่าก็คงต้องใช้เวลาปรับตัวกันนิดนึง และในช่วงใหม่ๆ ที่มันต้องปรับตัวอาจจะมีขึ้นมีลงกันเป็นจังหวะๆ ซึ่งหลังจากที่ทุกอย่างมันมีระบบที่มันเซ็ทลงตัวแล้วก็หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นครับ จริงๆ มันก็ติดขัดโน่นนี่นิดหน่อยแหละครับ ที่ผมได้เซ็นข้อตกลงและเซ็นใบหย่าไปจริงๆ แล้วผมก็หวังว่ามันได้เคลียร์กันไปหมดแล้ว เพราะได้ตกลงกันหมดแล้วไงครับ คือเหตุผลที่ผมให้ทุกอย่างก็แค่อยากเจอลูก”

“ทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้เสียใจที่สุด คงเป็นเรื่องของความไม่ลงตัวหลายๆ อย่าง เพราะครอบครัวที่อยู่อย่างสมบูรณ์แบบนี่จะเป็นสิ่งที่เพอร์เฟ็คที่สุดสำหรับลูก แต่ในเมื่อมันทำแบบนั้นไม่ได้มันเลยจุดนั้นมาแล้ว ผมหวังว่าผมจะทำได้เต็มที่ของผมและลูกจะมีอนาคตที่ดี มีอนาคตที่มั่นคง เรียนรู้อะไรได้เยอะๆ ด้วยการที่ผมจะสอนอะไรได้เยอะๆ รวมถึงภาษาด้วย มีความรู้ที่กว้างขวาง ในเรื่องของสิ่งที่เสียใจจริงๆ แล้วผมว่ามันไม่ควรจะไปเสียใจอะไรมากกับตรงนั้นอีกแล้ว คือตอนที่มันเกิดก็คงเสียใจ แต่ว่าตอนนี้เราจะไปจมอยู่กับความเสียใจมันก็ไม่ได้มาช่วยอะไรครับ เพราะฉะนั้นเราเรียนรู้จากสิ่งที่มันเกิดขึ้นและเดินหน้ากันไปดีกว่า”