“ปนัดดา” เผยไม่ได้มาแทนใคร แต่ร้องคนละเวอร์ขั่น บอกรอลุ้นว่าใครจะมาแทน “น้องเพลง”

371

กลายเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในตอนนี้ที่ว่านักร้องสาว “ปนัดดา เรืองวุฒิ” มาเสียบแทนที่ “น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” ร้องเพลงประกอบละคร เพลิงบุญ ซึ่งนักร้องสาวเผยถึงเรื่องนี้ในงานแถลงข่าว Miss All Nations Thailand 1989 ณ ห้องดุสิต ฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี โดยบอกว่าตนไม่ได้มาเสียบแทนที่ใคร แต่ร้องคนละเวอร์ชั่นต่างหาก

“จริงๆ แล้วน้องเพลงอัดเอาไว้ก่อนนานเลยค่ะ แต่นัทมาอัดทีหลังคือปุ๊บปั๊บอัดเลย เพราะต้องรอให้หมดสัญญาก่อนถึงจะอัดได้ แล้วเราหมดสัญญาในวันที่ 1 ก.ค. ก็เลยรีบเข้าไปอัด แต่กระแสข่าวบอกว่าเราไปเสียบแทน จริงๆ ไม่ใช่นะคะ เพราะว่าทางฝั่งนัทร้องแทนความรู้สึกของใจเริง แต่ทางฝั่งน้องเพลงจะร้องแทนความรู้สึกของพิมาลา คือร้องกันสองฝั่ง สองตัวละคร”

“จะได้ยินทั้งสองเพลง แต่เหมือนกับตอนนี้เลื่อนเพลงฝั่งพิมาลาออกไป ซึ่งจะเป็นเพลงใหม่เลย นักร้องคนใหม่เลย ซึ่งก็เท่ากับเราไม่ได้มาเสียบแทน แต่เราร้องกันคนละฝั่งค่ะ แต่เพลงใหม่จะเป็นใครร้องก็ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ รับรองว่าแซ่บ เพราะทางนัทเองพี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์คุยมาสักพักแล้วค่ะ ก็รอกันมา เพราะว่ายังไม่หมดสัญญาสักที ก็พอวันที่ 1 ปุ๊ปก็เข้าไปอัดเลย”

บอกหมดสัญญากับแกรมมี่ เป็นศิลปินอิสระเต็มตัว
“เพิ่งหมดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. เอง (ยิ้ม) ตอนนี้ก็เป็นอิสระแล้ว อยากจะไปร้องตรงไหน อยากไปทำอะไรกับใครได้หมด แต่ไม่เชิงว่าโล่งนะคะ เพราะว่าเราถือกำเนิดมา เขาสร้างเราขึ้นมา อยู่มา 20 ปี ทำให้มีปนัดดา เรืองวุฒิ ขึ้นมา ความผูกพันธ์มันมีมากกว่าแค่สัญญาแผ่นเดียว มันเป็นเรื่องของใจด้วย แต่อย่างหนึ่งก็คือปัจจุบันนี้วิธีการขาย วิธีการตลาดมันเปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นเขาก็เปิดโอกาสให้เราได้ไปทำในสิ่งที่เราอยากจะทำบ้าง แล้วก็ลองในหนทางใหม่ๆ ที่เราจะสามารถสรรผลงานแบบที่เราอยากจะทำได้บ้าง โดยที่เราไม่ต้องมีพันธะหรือติดอยู่กับกรอบที่เคยมีมา”

“จบด้วยดี ไม่มีปัญหาเลยค่ะ จริงๆ รุ่นที่หมดสัญญาไปพร้อมๆ กับนัทมีหลายคนมากนะคะ คือมันเหมือนแค่หมดสัญญา แต่เราไม่ได้เลิกราจากกัน หรือจากกันไม่ดี เรายังมีกิจกรรม มีงานที่จะทำด้วยกันอยู่แล้ว เตรียมเอาไว้อยู่แล้ว มันเหมือนแค่ว่าเราไม่ต้องมีพันธะต่อกัน แต่ว่าเรายังสามารถทำงานด้วยกันได้”

“จริงๆ มีเพื่อนที่จะทำเพลงให้ เขาก็เหมือนกับตามใจเรา อยากได้แบบไหน ทำอะไร หาแบบที่เราอยากจะทำ อยากจะเป็น คือมันเป็นคำพูดที่ติดปากเรื่องของความเป็นตัวตนค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วคนเรามันไม่ได้มีตัวตนรูปแบบเดียว มันมีหลายแบบ หลากหลายอารมณ์ ฉะนั้นเพลงที่นัทเคยร้อง เคยนำเสนอมา มันมีอยู่รูปแบบเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจร้องต่อเพราะคำขอบคุณจากแฟนๆ นี่แหละ ที่บอกว่าหนูฟังเพลงพี่แล้วมันอิน เหมือนพี่เศร้าไปกับหนู แต่ขอพลังใสๆ บวกๆ มาบ้างก็ได้นะลูกนะ (หัวเราะ)”

“ก็คงไม่ถึงกับแดนซ์ตีลังกาขนาดนั้น เพียงแค่ว่าขอนำเสนอในรูปแบบที่แปลกไป วิธีการเขียนเพลง วิธีการสื่อสาร จะเป็นมุมมองใหม่มากกว่าค่ะ แต่จะภายในปีนี้มั้ย หวังว่านะคะ (ยิ้ม) คือนัทมีแพลนงานเยอะมาก มีงานนางงามอีก”

บอกโสดสนิทมาหลายปีแล้ว
“โสดค่ะ สนิทมานานแล้ว กริบเลย (หัวเราะ) มันไม่ใช่ไม่เปิดใจหรอกค่ะ แต่มันไม่มีโอกาสได้คลุกคลี โซเชียลก็ไม่เล่น เพราะฉะนั้นมันไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จัก คือไปทำงานเสร็จก็กลับบ้าน โสดมานานมากค่ะ ประมาณ 5-6 ปี (ยิ้ม) ก็อาศัยกรี๊ดลูกเด็กเล็กแดงไปวันๆ แก่ไปพร้อมๆ กับศิลปินเกาหลี ญี่ปุ่น”

“ก็ไม่ได้โหยหานะ ด้วยความที่เราชิลมากซะจนนึกภาพไม่ออกแล้วว่าเวลาเป็นแฟนเขาออกเดทกันยังไง แต่ก็มีอยู่ช่วงนึงที่มีคนมาจีบนะ 5-6 ปีก่อนนี้น่ะ พอไปออกเดทปุ๊บเราก็ไปพูดกับเขาว่า สั่งอะไรดีคะคุณพี่ ถามผู้ชายว่าคุณพี่ จีบปากจีบคอใส่เขา เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาเนอะ เราก็ลืมไปนึกว่าอยู่กับเพื่อนตุ๊ด (หัวเราะ) ผู้ชายเขาก็จะมีภาพความเป็นปนัดดา เรืองวุฒิอยู่ ฉะนั้นถ้าจะมีความรักใหม่จริงๆ น่าจะเป็นคนที่ไม่ได้เข้ามาจีบเพราะเราเป็นปนัดดา เรืองวุฒิค่ะ”

“จริงๆ ไม่มีสเป็กนะคะ แฟนที่เคยคบมาก็ไม่เหมือนกันสักคนนึง จะมีความเหมือนอย่างนึงคือแต่ละคนก็จะมีความเป็นศิลปินในตัวเอง บางคนก็ชอบร้องเพลง บางคนก็เป็นนักแสดง บางคนก็เป็นพิธีกร คือมีความเป็นอาร์ทติสในตัวของตัวเอง แต่รูปร่างลักษณะนิสัยภายนอกแตกต่างกันเลย แต่อย่างน้อยขอสะอาด พูดจากันรู้เรื่อง เพราะเราเคยเจอผู้ชายที่คิดว่าผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง หรือเพราะเขารวย เขาเก่ง”

“ครอบครัวเขาเลิกถามไปนานแล้วค่ะ (หัวเราะ) คือตอนนี้น้องที่เป็นญาติกันมีลูก จนลูกเขามีลูกแล้ว เราก็กลายเป็นคุณย่าแล้ว ดูหลานรีบนะคะ (หัวเราะ) ตอนแรกเป็นแค่ป้ายังรับได้นะ แต่ให้ฉันเป็นย่าเลย แต่ก็ทำใจ ปัจจุบันหลานก็โตแล้ว คุณแม่เราก็เป็นคุณทวดแล้ว ก็อุ้มเหลนแล้ว”