“น้ำตาล” ไม่คิดเทียบชั้น “ใหม่ ดาวิกา” และไม่คิดแทนที่ “ใบเฟิร์น”

289

เป็นคนที่ทำอะไรก็เป็นข่าว เป็นกระแสไปซะหมดจริงๆ สำหรับสาว “น้ำตาล ชลิดา ส่วนเสน่ห์” ที่ล่าสุดมาสนิทสนมกับนางเอกรุ่นพี่ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ก็ถูกจับเป็นประเด็นว่ามาเป็นคู่หูคนใหม่แทน “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ไปซะอย่างนั้น ล่าสุดเจอสาวน้ำตาลในงานเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี The People’s Queen พระราชินีในดวงใจ ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น M เจ้าตัวยอมรับว่าสนิทกันจริง เพราะสาวใหม่เป็นพี่สาวที่คอยให้คำปรึกษาตลอด

“พี่ใหม่ก็เป็นพี่ที่คอยซัพพอร์ตตาลตั้งแต่ตอนแรกเลย ตั้งแต่ตาลยังไม่ได้มงเลยด้วยซ้ำ หาชุด หารองเท้ามาให้เรา คอยบอกเราว่าต้องทำตัวยังไง เวลาว่างตรงกันเราก็จะไปกินข้าว ไปออกกำลังกาย ไปเที่ยวกัน (ยิ้ม) คู่หูคนใหม่เหรอ ไม่หรอกค่ะ อยู่ที่เวลามากกว่า ถ้าเวลาว่างตรงกันก็ไปด้วยกัน ไปกับพี่ๆ หลายๆ คนค่ะ แต่ที่บอกว่าตาลจะมาแทนที่พี่ใบเฟิร์น ไม่เลยค่ะ ไม่ได้มาแทนที่ใคร ตาลว่าพี่ใหม่เขาเอ็นดูมากกว่าค่ะ ไม่ได้ไปเทียบพี่เขาขนาดนั้น พี่ใบเฟิร์นกับพี่ใหม่เขาก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เราก็ไปแค่เวลาเราว่างหรือพี่เขาชวน เราก็ค่อยไป”

“กับพี่ใบเฟิร์นก็คุยกันค่ะเวลาที่ได้เจอ เพราะตาลไม่ค่อยได้เจอพี่ใบเฟิร์น ส่วนใหญ่จะเจอพี่ใหม่กับพี่เกล้ามากกว่าค่ะ แต่ก็ไม่ได้เคยพูดถึงข่าวนี้ค่ะ เพราะจริงๆ แล้วเวลาเราไปเจอกันเราก็ไม่ได้อยากจะมาคุยเรื่องข่าวหรือเรื่องอะไรที่มันไม่ดี ไปเจอกันเราก็อยากสนุกกันมากกว่า ก็ยังเห็นเขาคอมเม้นท์ไอจีกันบ้าง คุยกันบ้าง ก็เห็นเขาโทรหากันนะคะ”

“แต่กับพี่ใหม่ ตาลก็มีปรึกษาพี่เขาบ้างค่ะ พี่เขาอยู่ในวงการมานานแล้ว พี่เขาก็ให้คำปรึกษาเราเวลาที่เราเจอข่าว ตาลเองก็ไม่เคยอยู่ในวงการมาก่อน เราก็จะไม่ชินว่าเราเจอข่าวโจมตีมาทุกด้าน เป็นใครก็ต้องคิดมาก แต่ด้วยพี่เขาเคยผ่านมาแล้ว ก็มีคำแนะนำดีๆ ข้อคิดดีๆ ว่าเราควรมองแบบไหน ถ้าเรามัวแต่ไปโฟกัสอยู่ตรงนั้นก็จะทำให้เราเครียดเอง”

ยันไม่เคยคิดทำตัวเทียบเท่า “ใหม่ ดาวิกา”
“ไม่หรอกค่ะ ตาลไม่เคยคิดที่จะดันตัวเองให้เสมอใคร ตาลว่าทำตัวเองให้ดีในทุกๆ วัน ให้ดีในทุกๆ หน้าที่ดีกว่าค่ะ ถามซีเรียสมั้ย มันเป็นมุมมองของคนหลายๆ คน ซึ่งตาลเองก็ไม่สามารถที่จะไปห้ามความคิดเขาได้ หรือห้ามไม่ให้เขาพูด ไม่ติเรา มันก็เป็นไปไม่ได้ สู้เราตั้งใจทำหน้าที่ของเราดีกว่า “ถ้าจะบอกว่าเพราะเราเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเยอะ ก็ไม่หรอก คนเรามันก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองค่ะ ถ้าไม่พัฒนาตัวเองมันก็จะไม่ก้าวหน้าต่อไป เราก็จะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเรียนรู้มันเป็นสิ่งที่ดีหรือยัง เพราะมันก็จะมีคนรอบข้างที่บอกเราว่าอันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ เราก็จะดูจากจุดนี้ค่ะ”

“ตาลยังเหมือนเดิมค่ะ อาจจะเป็นเพราะลุคภายนอกตาลดูบิชชี่หรือเปล่า (หัวเราะ) คือตาลเป็นคนที่เวลาหน้านิ่งจะดูดุ ดูเป็นคนเหวี่ยงๆ แต่จริงๆ ไม่เหวี่ยง ไม่ดุนะคะ น้อมรับทุกอย่างทุกคนนะคะ แต่บางทีหน้าเหม่อๆ มันก็ดูเหวี่ยงไปเอง หนูก็แก้ไม่ได้เหมือนกัน (หัวเราะ) ก็มีคนทักค่ะ ตั้งแต่ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ แล้ว เพื่อนบอกว่าทำไมหยิ่งจังเลย แต่พอมาได้คุยกันมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น แต่จะให้เรายิ้มตลอดเวลาก็คงไม่ได้เนอะ ก็อาจจะมีอมยิ้มบ้างเล็กน้อยค่ะ (ยิ้ม)”