ทารุณ!เหยื่อกามไอซิสบอกถูกทำให้กินลูกตัวเองไม่รู้ตัว

346
พิธีกรถึงกับปาดน้ำตาเมื่อได้รับฟังเรื่องราว

ความโหดร้ายป่าเถื่อนของสงครามมันยากที่จะจินตนาการ และสิ่งที่ออกจากปากของ เวียน ดาคิล นักการเมืองอิรักเชื้อสายยาซีดิ ถึงกับทำเอาพิธีกรรายการทีวี ชายอกสามศอก ถึงกับต้องก้มหน้าปาดน้ำตา เมื่อเธอบอกว่าหนึ่งในเหยื่อทาสกามของ “ไอซิส” ที่ได้รับการช่วยเหลือและรอดชีวิตออกมา บอกว่าพวกมันจับเธอขังไว้ในห้อง จับอดอาหาร 3 วัน ก่อนที่จู่ๆ จะเอา “ข้าวพร้อมเนื้อหอมๆ” มาให้ 1 จาน ซึ่งเธอกินเอาๆ ก่อนจะรู้ภายหลังว่ามันคือ “เนื้อที่ทำมาจากลูกชายอายุ 1 ขวบ” ของเธอเอง

ส.ส.หญิงอิรักเชื้อสายยาซีดิ เล่าเรื่องโหดร้ายทารุณ

ไอซิส มองว่าชาวยาซีดิ ที่ไม่ใช่ทั้งอาหรับหรือมุสลิม เป็นพวกนับถือภูตผีปีศาจ และกระทำทารุณพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม ทั้งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, ฉุดคร่าผู้หญิงและเด็กไปเป็นทาสกาม และระหว่างการสัมภาษณ์ทีวีอียิปต์ช่อง “Extra News” เวียน ดาคิล เล่าว่า “หนึ่งในผู้หญิงที่เราช่วยออกมาจากไอซิสได้ บอกเราว่าเธอถูกจับขังไว้ในห้อง 3 วัน ไม่มีทั้งอาหารและน้ำ จากนั้น พวกเขาเอาข้าวกับเนื้อมาให้เธอหนึ่งจาน เธอก็กินเพราะเธอหิวมาก แล้วพอเธอกินเสร็จ พวกนั้นถึงบอกเธอว่า – เราเอาลูกชายอายุ 1 ขวบของแกมาทำอาหาร ที่แกเพิ่งกินเข้าไปนั่นแหละ”

พิธีกรถึงกับปาดน้ำตาเมื่อได้รับฟังเรื่องราว

พอได้ยินเท่านั้น พิธีกรที่สัมภาษณ์เธอก็ยกมื้อปาดน้ำตาด้วยความสลดใจ แต่ความโหดร้ายที่ไอซิสกระทำต่อชาวยาซีดินั้น มันทารุณจริงๆ และดาคิลยกตัวอย่างเด็กหญิงอายุ 10 ขวบที่โดนข่มขืนจนตายต่อหน้าต่อตาครอบครัว “เด็กหญิงคนหนึ่งเล่าว่า พวกเขาจับพี่สาวน้องสาวเธอไป 6 คน และน้องสาวอายุ 10 ขวบของเธอ ถูกข่มขืนจนตายต่อหน้าต่อตาพ่อและพี่น้องของเธอ เธออายุ 10 ขวบเท่านั้น คำถามที่เราถามตัวเองคือ – ทำไม? ทำไมเราต้องเจอเรื่องโหดร้ายเหล่านี้ด้วย”

ไอซิส ความหวั่นสะพรึงของโลก

ความเชื่อทางศาสนาของชาวยาซีดิ นั้นผสมผสานศาสนาตะวันออกกลางโบราณหลายอย่าง และตอนไอซิสบุกภาคเหนือของอิรักเมื่อกว่า 3 ปีก่อน ก็เกิดการสังหารหมู่ถึงขนาดที่องค์การสหประชาชาติบอกว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปัจจุบันเชื่อว่าชาวยาซีดิจำนวนหลายหมื่่นคนอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก ส่วนใหญ่อยู่ที่ “ซินจาร์” เมืองใหญ่ที่กองกำลังต่อต้านไอซิสยึดกลับคืนมาได้แล้ว แต่ก็โดนทำลาย และเสียหายไปมาก แต่ข่าวเศร้าคือเชื่อว่าชาวยาซีดิกว่า 3,000 คนยังถูกจับขังอยู่ และเมื่อปี 2015 ก็มีการค้นพบหลุมศพขนาดใหญ่ที่ฝังหมู่ชาวยาซีดิด้วย