ด่าเลวยังไม่พอ! หนุ่มโชคร้ายโดนพ่อ-พี่ชายรุมควักลูกตา เพราะอยากแต่งงาน

389

จากวันที่น่าจะมีความสุขที่สุด กลายเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดจนแทบอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด อับดุล บากี หนุ่มวัย 22 ปีชาวปากีสถาน ถูกพ่อบังเกิดเกล้า และพี่น้องร่วมสายเลือดอีก 4 คน จับมัด และควักลูกตาทั้งสองข้างของเขาออกมาแบบไม่มีความปราณี ด้วยเหตุผลคือ เขาต้องการแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก โดยพ่อกับพี่สองคนโดนจับแล้ว ส่วนอีก 2 คนหลบหนีอยู่

เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2561 เมื่อ อับดุล บากี หนุุ่มจากหมู่บ้านนาซิราบัด ในรัฐบาลูจิสถาน ไปบอกครอบครัวของเขาว่าเขาต้องการแต่งงงานกับผู้หญิงที่เขาคบหาอยู่ และอยากให้ครอบครัวไปสู่ขอให้ แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ บากี บอกครอบครัวด้วยความปรีดานั้น กลับทำร้ายเขาอย่างที่คนไม่น่าทำกันเอง แต่นี่กลับเป็นคนในบ้านเดียวกันแท้ๆ ที่ทำกับเขา

หนุ่มโชคร้ายนอนพักรักษาตัว และสภาพจิตใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ พ่อวัย 70 ปีของเขา พร้อมพี่น้องชายล้วนอีก 4 คน จับเขาขังในห้อง มัดกับเตียง และรุมกันควักลูกตาเขาออกมาทั้งสองข้าง โดยระหว่างนั้นพวกใจทมิฬเอาแม่ไปขังไว้อีกห้องก่อน จะได้มาช่วยลูกชายตัวเองไม่ได้

บากี ที่ตอนนี้ตาบอด และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Jinnah Post Graduate Medical Centre ใน การาจี เล่าว่า “ผมบอกพ่อกับพี่น้องของผมว่าอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมคบหาอยู่ ตอนแรกพ่อผมตอบตกลง แต่หลังจากนั้นสัก 3 ชั่วโมง ผมถูกพ่อกับพี่ 4 คนพาเข้าในห้อง จับมัดกับเตียง แล้วก็ควักลูกตาผม ผมตะโกนเสียงดังถามว่าพวกเขาจะทำอะไร? แต่ไม่มีใครฟังเลย”

ความทารุณโหดร้ายที่ได้จากคนในครอบครัวเดียวกัน

“พ่อเอาหลังช้อนควักลูกตาผมออกมา ผมมองเห็นลูกตาตัวเองห้อยต่องแต่งออกจากเบ้าตา แล้วเขาก็เอามีดตัดเส้นเลือด พอพวกเขาเอาลูกตาผมออกมาข้างนึง ผมขอร้องให้พวกเขาปล่อยผมไป แต่พวกเขาไม่ฟัง และควักตาผมออกอีกข้าง ตอนนั้นผมบอกให้พวกเขาฆ่าผมให้ตายซะ แต่พวกเขาบอกว่าจะให้ผมเป็นตัวอย่างผู้ชายคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน”

จากนั้นพอเพื่อนบ้านทราบเหตุ ก็แจ้งญาติๆ ให้มาพา บากี ไปโรงพยาบาลใน เควตตา เมืองหลวงประจำรัฐบาลูจิสถาน ก่อนจะถูกส่งต่อไปโรงพยาบาล Jinnah Post Graduate Medical Centre ในการาจี พร้อมความหวังว่าจะรักษาดวงตาได้สักข้าง แต่หมอที่นั่นบอกว่าหมดหวัง

อับดุล บากี ก่อนเกิดเหตุ

อับดุล กัฟเฟอร์ พี่ชายวัย 24 ปี ซึ่งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้มีส่วนในการลงมือ และมาเฝ้าน้องชายที่โรงพยาบาล กล่าวว่า “ผมไม่อยู่บ้านตอนเกิดเรื่อง เพื่อนบ้านโทร.มาบอกผมว่าที่บ้านมีเรื่อง ผมรีบกลับไป แล้วก็ต้องตกใจที่เห็นน้องชายร้องด้วยความเจ็บปวด”

“บ้านเราไม่มีเงินมีทอง เพื่อนๆ กับเพื่อนบ้านออกเงินช่วยกันคนละนิดละหน่อย เราพาเขาไปโรงพยาบาลในเควตตา หมอบอกว่าถ้าเรารีบไปการาจีตอนนี้ไม่แน่ว่าตาเขาอาจมองเห็นสักข้าง แต่หมอที่การาจีบอกว่าเขากลับมามองเห็นไม่ได้อีกแล้ว”