ซึมเศร้า, ยาเสพติด, เหล้า … ชีวิตที่ดับสูญของ “Voice of a generation” เชสเตอร์ เบนนิงตัน

816

ช็อกทั้งวงการเมื่อ เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำของวงนู เมทัลระดับโลก Linkin Park แขวนคอตาย เสียชีวิตในห้องนอนที่บ้านพักส่วนตัวที่ ปาลอส เบร์เดส เอสเตส ใน ลอสแอนเจลิส เวลาประมาณก่อน 9 โมงเช้า วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2560

เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ณ ตอนนั้น เชสเตอร์ อยู่บ้านตามลำพัง เมียกับลูกๆ ไม่อยู่ และเขาลงมือทำอัตวิบาตกรรมที่ชั้นสอง เชสเตอร์มีปัญหาเรื่องยาเสพติด และแอลกอฮอล์มาหลายปี แถมเคยยอมรับในอดีตว่าเคยคิด “ฆ่าตัวตาย” จากประสบการณ์มืดที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศสมัยด็กๆ จากผู้ชายที่อายุมากกว่า

อีกประเด็นที่หลายคนโยงกันอยู่คือเชสเตอร์สนิทกับ คริส คอร์เนลล์ แห่ง Soundgarden และ Audioslave ที่เพิ่งจะแขวนคอตายเดือน พ.ค. และในงานศพของคอร์เนลล์นั้น เชสเตอร์ก็ไปร้องเพลง Hallelujah ส่ง คอร์เนลล์ ขึ้นสวรรค์มาแล้ว และอะไรไม่สำคัญเท่าวันที่ 20 ก.ค. คือวันเกิดอายุครบ 53 ปีของคริส คอร์เนลล์ ด้วย

พลังเสียงแห่งยุค

เชสเตอร์ วัย 41 ปี แต่งงานกับ ทาลินด้า แอนน์ เบนนิงตัน มา 12 ปี พวกเขามีลูกด้วยกัน 6 คนคือ เจมี่ อายุ 21 ปี, อิไซอาห์ วัย 19 ปี, ดราเว่น อายุ 15 ปี, ไทเลอร์ ลี อายุ 11 ปี และ ลิลี่ กับไลล่า วัย 7 ปี โดยก่อนนี้ เชสเตอร์เคยแต่งงานมาแล้วกับ ซาแมนธ่า แมรี่ โอลิต (1996-2005)

ไมค์ ชิโนดะ หนึ่งในนักร้องนำของ Linkin Park ร่วมกับเชสเตอร์ ทวีตอาลัยว่า “ช็อกและใจสลาย แต่มันเป็นเรื่องจริง เราจะแถลงอย่างเป็นทางการทันทีที่มีถ้อยแถลง”

นอกจากประเด็นยาเสพติด และแอลกอฮอล์ ยังมีการพุ่งประเด็นไปที่ปัญหาโรคซึมเศร้าที่มักพบเห็นในเนื้อเพลงของเขา อย่างเช่น “Heavy” ซิงเกิ้ลล่าสุดของวงเมื่อ 4 เดือนก่อนก็พูดเรื่องนี้ อย่างในท่อนคอรัสที่เขาร่ายถึงปัญหาต่างๆ นานา และมันดึงเขาให้ดำดิ่ง ก่อนตบว่า “ถ้าชั้นได้ปลดปล่อย ชั้นก็จะเป็นอิสระ”

กับ ไมค์ ชิโนดะ

เชสเตอร์ เคยพูดเรื่องปัญหาพวกนี้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และยอมนับว่าเขาเคยเล่นยาอย่างหนักถึงขนาดแม่บอกว่ายังกับนักโทษจากค่ายกักกันเอาชวิตซ์ เพราะเขาหนัก 110 ปอนด์ หรือราวๆ 50 กิโลกรัมเท่านั้น

แต่ประเด็นที่หลายคนสนใจสุดคือการโดนล่วงละเมิดทางเพศสมัยเด็กๆ “ถ้าผมคิดย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ ตอนที่ผมถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตอนที่อะไรต่อมิอะไรมันประเดประดังเข้ามาในชีวิต ผมตัวสั่นเทิ้ม”

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต เชสเตอร์อยู่ในห้องอัดร่วมกับวง และ Watsky แร็พเปอร์ เผยเป็นนัยๆ ว่าเขากำลังทำงานร่วมกันอยู่ นอกจากนี้เขายังมีแผนจะไปถ่ายภาพที่ฮอลลีวู้ดในวันนี้ วันที่เขาเป็นศพ ซึ่งเพื่อนร่วมวงก็มาที่บ้านเขาหลังตำรวจมาถึงไม่นาน เป็นอีกเรื่องที่ทำให้การฆ่าตัวตายของเขาเป็นเรื่องชวนช็อก

เชสเตอร์ ถ่ายภาพกับเพื่อนร่วมวง และ Watsky ห้าวันก่อนแขวนคอตาย

แหล่งข่าวจากเว็บทีเอ็มซี บอกว่า เชสเตอร์ เพิ่งกลับมาแอลเอ วันพุธที่ 19 ก.ค. 2560 เพื่อมาถ่ายภาพโฟโต้ชู้ตที่ฮอลลีวู้ด ในวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. หลังจากเขาและครอบครัวไปอาริโซน่า บ้านเกิด เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาอยู่คนเดียวในวันเสียชีวิต

Linkin Park ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกวงนอกจากเชสเตอร์ คือ ไมค์ ชิโนดะ, โจ ฮาน, ร็อบ บัวร์ดอน และ แบรด เดลสัน ออกอัลบั้มแรก Hybrid Theory ปี 1999 ที่ขายได้กว่า 30 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก และมาดังถึงขีดสุดในอัลบั้มชุดที่สอง Meteora ปี 2003 ตลอด 21 ปีของวง พวกเขามีสตูดิโออัลบั้ม 7 ชุด และเชสเตอร์คือคนเขียนเพลงหลัก

Linkin Park ประสบความสำเร็จข้ามแนวเพลงจากการทำอัลบั้ม Collision Course ร่วมกับ Jay-Z ปี 2004 ซึ่งมีหนึ่งในเพลงที่ดังที่สุดของวงคือ Numb/Encore ขณะที่อัลบั้มล่าสุด One More Light เพิ่งวางขายต้นปี และพวกเขาเพิ่งกลับมาจากทัวร์ที่สหราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึงการแสดงที่ โอทู อารีน่า ใน ลอนดอน วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก่อนไปสิ้นสุดที่เบอร์มิงแฮม วันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งกลายเป็นทัวร์สุดท้ายของเชสเตอร์และวงที่มีกำหนดทัวร์สหรัฐฯ ร่วมกับ Blink 182 ในสัปดาห์หน้า

เชสเตอร์ เบนนิงตัน เกิดที่ฟีนิกซ์, อาริโซน่า วันที่ 20 มีนาคม 1976 เขาเป็นลูกชายนายตำรวจ แม่เป็นพยาบาล และมีช่วงวัยรุ่นที่ลำเค็ญพอสมควร เขาติดยา ติดเหล้า ก่อนมาร่วมวง Linkin Park ปี 1998

“ช่วงวัยรุ่นของผมมันน่ากลัว และเปล่าเปลี่ยว ผมโดนลวนลามทางเพศตอนอายุ 7-8 ขวบนี่แหละ (เชสเตอร์ บรรยายว่าเป็นเพื่อนที่อายุมากกว่า) ผมโดนทำร้ายร่างกาย และบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ มันทำให้ผมสูญเสียความมั่นใจ ก็เหมือนคนส่วนใหญ่ ผมกลัวที่จะพูดอะไรสักอย่าง ผมไม่อยากโดนมองว่าเป็นเกย์หรือผมกำลังโกหก มันเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัว” เชสเตอร์ ให้สัมภาษณ์นิตยสาร Metal Hammer ปี 2014

ร้องเพลง Hallelujah ในงานศพของคริส คอร์เนลล์

พ่อแม่ของเขาหย่าขาดกันตอนเขาอายุ 11 ปี เขาไปอยู่กับพ่อ “ที่อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย” และเขา “ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร” เขาเลิกยาได้ครั้งหนึ่งก่อนย้ายไปแอลเอ และออดิชั่นร่วมวง Linkin Park แต่ปลายทศวรรษ 2000 หลังจากวงโด่งดัง และประสบความสำเร็จ เชสเตอร์กลับไปเล่นยาอีกครั้ง และเลิกใหม่อีกรอบ

เชสเตอร์ ให้สัมภาษณ์ Spin Magazine ปี 2009 ว่า “การติดเหล้ามันไม่เท่เลย การออกไปเมาและทำตัวเละเทะมันไม่ดีเลย การได้ฟื้นฟูกลับมาต่างหากที่เป็นเรื่องดี งานของผมส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่ผมเคยประสบพบเจอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”