งานยุ่ง แต่หวานไม่เปลี่ยน “โต๋” เผยเตรียมอนาคตร่วม “ไบรท์” ไว้แล้ว

316

อาจจะเป็นคู่ที่ไม่ได้หวานแหว๋วกันออกสื่อเท่าไหร่นัก แต่หลายๆ คนก็เชียร์ว่าเมื่อไหร่นักร้องหนุ่ม “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” และผู้ประกาศข่าวสาว “ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ” จะมีข่าวดีเข้าสู่ประตูวิวาห์กันสักที แต่คราวนี้แฟนๆ น่าจะยิ้มได้แล้วนะจ๊ะ เพราะหนุ่มโต๋บอกว่าเตรียมคิดเรื่องอนาคตไว้แล้ว ถึงเวลาเมื่อไหร่บอกแน่นอน

“ช่วงนี้ก็ทำงานหนักทั้งคู่ครับ ผมว่าเขาก็เป็นเพื่อนช่วยร่วมคิด ร่วมให้กำลังใจ และเป็นที่ปรึกษาด้วย เวลาเราจะไปไหนก็ช่วยกันคิดครับ ปีนี้ก็น่าจะทำงานหนักทั้งคู่ครับ การที่มีเพื่อนช่วยคิดมันดีกว่าคนเดียวอยู่แล้ว และมีทั้งทีมงาน ทั้งค่าย ทั้งผู้ใหญ่ รวมถึงตัวไบรท์ด้วย เวลาเราจะทำอะไรสักอย่างมันจะได้รอบคอบ คิดหลายๆ มุมครับ”

“เวลาสวีทเหรอครับ ปีนี้เป็นปีที่ทำงานหนักทั้งคู่ครับ ผมเองก็หายไปนานหลายปี และเพิ่งกลับมาทำงานจริงๆ ตอนปีนี้ พอได้ทำโปรเจ็คที่จีนเวลามันยิ่งแทบไม่ค่อยมีเลย เป็นปีที่ต้องให้กำลังใจกันเยอะครับ (ยิ้ม) เรื่องนั้นเป็นเรื่องอนาคตที่ผมมีในใจไว้แล้ว เดี๋ยวถึงเวลาแล้วผมบอกครับ การทำงานก็เป็นเรื่องของการทำงาน แต่เรื่องชีวิตส่วนตัวกับอนาคตที่เราวางไว้ เราก็มีแพลนของเรา เดี๋ยวถึงเวลาผมบอกเองครับ (ยิ้ม) แพลนอีกนานมั้ยเหรอ ผมบอกตัวเลขไม่ได้หรอก เดี๋ยวถึงเวลาก็ถึงเอง ไม่ต้องใจร้อน ถึงเวลาบอกแน่นอน ไม่ปิดบังครับ”

“คือเราอายุเท่านี้แล้ว ตัวเราเองก็วางแผนอนาคตของเราไว้หลายๆ อย่างครับ แต่ปีนี้เป็นปีที่หนักจริงๆ และเรามีความสุขกับงาน ทั้งตัวผมและน้องเองเราทำงานอยู่ในจุดที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพของเรา ดังนั้นเราขอทำตรงนี้เยอะๆ เมื่อถึงเวลามันถึงเอง รับรองไม่หนีไปไหน บอกแน่นอน (ยิ้ม)”

ตื่นเต้นเตรียมเปิดตัวซิงเกิ้ลที่จีนอย่างเป็นทางการ
“กลางเดือนก.ค.นี้ครับ ผมต้องบินไปที่จีนด้วย เพราะจะปล่อยซิงเกิ้ลแรกที่จีนครับ เป็นเพลงจีนและฟีเจอร์ริ่งกับศิลปินของจีน คือเขามาฟังและเลือกเพลงนี้ไปขอฟีชเจอร์ริ่งด้วย ก็จะออกกับทางโซนี่มิวสิคของจีน เป็นครั้งแรกที่ทำงานกับจีนอย่างเป็นทางการครับ (ยิ้ม) ถ้าหลายๆ คนจำได้ที่ผมเคยบอกทุกครั้งว่าเราไปเตรียมตัวให้พร้อมพอมาถึงวันนี้ก็ต้องขอบคุณกำลังใจหลายๆ อย่างของทั้งทีมงาน แฟนเพลงด้วย รวมถึงพี่ๆ ที่ทำให้มันเกิดขึ้นจริง ดีใจและจะทำอย่างเต็มที่ให้สมกับที่ทุกคนรอคอยมานานครับ (ยิ้ม)”

“ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศมันก็เป็นเหมือนอีกก้าวหนึ่งที่เราได้ไปสู่ดินแดนที่เราไม่คุ้นเคย การจะโตขึ้นมันต้องก้าวไปสู่สิ่งที่เราไม่เคยทำ มันท้าทาย มันต้องยาก แต่ทุกครั้งที่ไปมันรู้สึกดี เพราะรู้สึกว่าเราได้เป็นศิลปินใหม่อีกครั้งหนึ่ง และดีใจที่ได้รับฟีตแบ็คดีๆ ที่คนที่เขาติดตามเราอยู่ ผมรู้สึกว่ามันน่าจะดี ก็เลยอยากทำให้มันดีที่สุดครับ”

“จะเริ่มจากซิงเกิ้ลแรกก่อนครับ และหลังจากนั้นจะเป็นซิงเกิ้ลอื่นๆ ตามออกมาอีกเรื่อยๆ ครับ อันนี้เราไปในฐานะศิลปินของบีอีซีมิวสิคครับ แต่เราร่วมงานกับโซนี่มิวสิคจีน ก็คือโปรเจ็คที่เราทำไว้ 4-5 ปีก่อน กลับมาเริ่มทำด้วยกันใหม่ แต่ครั้งนี้ผมมีความสุขกว่าทุกครั้ง เพราะครั้งนี้เราไปในฐานะศิลปินคนไทย จากค่ายไทย ก็รู้สึกดีครับ (ยิ้ม)”

“ภาษาจีนซ้อมอยู่เสมอครับ ซ้อมพูด ซ้อมร้องอยู่ ตอนที่ไปหน้ากากไก้ฟ้าก็ร้องเพลงจีน พออัดเพลงเสร็จก็พยยามใช้ภาษาจีน เพราะเวลาไปที่นู่นเราก็พยายามจะสัมภาษณ์เป็นภาษาจีนหมดทุกอย่างครับ อยากจะให้เป็นภาษาจีน เพราะผมรู้สึกว่ามันใกล้ชิดกว่าครับ แต่นับจากกรกฎาคมนี้เป็นต้นไปอาจจะต้องบินไปบินมาหน่อย เพราะต้องไปโปรโมทที่นู่นด้วย ก็น่าจะเป็นก้าวแรกที่ดีครับ”

“ยังสามารถกลับมาทำงานที่ไทยได้ครับ เพราะเราไปในฐานะศิลปินไทย ฉะนั้นอำนาจการตัดสินใจทำอะไรทุกอย่างอยู่ที่เราหมด เพราะเราเป็นศิลปินจากค่ายไทย นี่คือข้อดีและเป็นสิ่งที่เราต้องการ และเดือนเดียวกันก็จะปล่อยเพลงใหม่ที่นี่ด้วย เพราะจะได้ไม่หายไปทั้งสองที่ครับ ที่นี่ก็จะปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ชื่อว่า เวลาของเรา ครับ (ยิ้ม) บอกเลยว่าเป็นเพลงโปรดของผมในอัลบั้มนี้ครับ”